หนักซะเลย”
ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
สวรรค์เข้าข้างฉันแท้ๆ!
คิดแล้วเธอก็เดินย่องเข้าไปห้องพ่อแม่ เปิดตู้เสื้อผ้าหาชุดอย่างตั้งใจ ในที่สุดก็เจอเสื้อที่พ่อของเธอเพิ่งซื้อมาใหม่ที่มุมตู้ เป็นเสื้อสเวตเตอร์ที่ยังไม่ทันตัดป้ายออกด้วยซ้ำ
เธอนำเสื้อตัวนั้นยัดใส่กระเป๋าแล้วย่องออกมาอีกครั้งก่อนจะพูดขึ้นยิ้มๆ “หนูลืมกระเป๋าตังค์น่ะค่ะ แม่ขา หนูไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจะออกไปกินข้าวกับเฉินชาง”
จี้หรูอวิ๋นที่นอนอยู่บนโซฟาประชดประชันว่า “เห็นคนอื่นดีกว่าครอบครัวจริงๆ มีแฟนแล้วก็ลืมแม่ตัวเองเลยนะ!”
ฉินเยว่หัวเราะ
คุณแม่จะดูถูกลูกสาวเกินไปแล้ว ความจริงหนูไม่ได้ลืมแค่แม่คนเดียว ขนาดเสื้อพ่อก็ยังถูกลูกสาวแม่ขโมยไปแล้ว!
คิดแล้วฉินเยว่ก็รีบกลับไปที่โรงพยาบาล
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เธอก็พูดกับเฉินชางว่า “มานี่สิคะ ฉันซื้อของขวัญมาให้คุณด้วย!”
เฉินชางมองฉินเยว่ที่วิ่งหอบแฮ่กกลับมาด้วยความสงสัย ถามไปว่า “ของขวัญอะไรเหรอครับ”
ฉินเยว่ดึงเฉินชางไปที่ห้องเวร “ตามมาเดี๋ยวก็รู้เองแหละ!”
เฉินชางถูกฉินเยว่จูงไปยังห้องเวรด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ จากนั้นเธอก็กดล็อคประตูดังกึก มองเฉินชางแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “ถอดเสื้อออกสิคะ!”
เฉินชางใจเต้นตึกตัก
ที่ห้องเวรนี่…ไม่ค่อยเหมาะหรือเปล่า
แต่มือก็ปลดกระดุมไปแล้วสองเม็ด…
……
ทว่าฉินเยว่กลับหยิบเสื้อสเวตเตอร์สีกากีออกมาจากกระเป๋าเสียก่อน “อืม คุณลองใส่ดูสิคะ! ดูว่าพอดีตัวห