งเบิกบาน รู้สึกดีกับจิ่งหรานขึ้นไม่น้อย
เหล่าจิ่งไม่เลวเลย!
ทักษะก็ยอดเยี่ยม เพียงแต่…ต่อไปคงต้องกระตุ้นให้เขาเร่งพัฒนาฝีมือแล้ว…ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นคลังทักษะของเขา
ทว่า…มีบางคนสุขสันต์ บางคนย่อมโศกเศร้า
เฉินชางเปี่ยมสุข ส่วนจิ่งหรานกลับกังวล!
ประหนึ่งมีสายลมฤดูหนาวพัดผ่านมา!
‘ค่ำคืน’ อันยาวนานนี้ ช่างยากเย็นกับเขาเหลือเกิน!
เกิ่งเหยียนมองจิ่งหราน กุมมือเขาเอาไว้ ในเวลาเช่นนี้ เธอที่เป็นนายหญิงของบ้านควรมอบความเชื่อมั่นให้แก่เขา! แต่…ในฐานะที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เกิ่งเหยียนได้แต่มองจิ่งหรานแล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า “ที่รัก พวกเราจะรักษาโรคนี้ให้ได้!”
จิ่งหรานชะงักไป “โรคอะไรกันครับ! ผมไม่ได้ป่วย!”
เกิ่งเหยียนถอนใจอย่างปวดใจ เธอทราบดีว่าผู้ชายคงไม่ยอมรับ “ไม่เป็นไรค่ะ ต้องดีขึ้นแน่!”
จิ่งหรานฟังถึงตรงนี้ ร่างกายพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะหนึ่ง รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก หลังจากชะงักไปชั่วครู่ก็รีบส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่หรอกครับ เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย!”
เกิ่งเหยียนมีปฏิกริยาขึ้นมาทันที ใช่แล้ว ปกติก็ยังดีๆ อยู่เลย แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น
เธอคิดเชื่อมโยงไปถึงความโรแมนติกในวันนี้ คงไม่ใช่ว่าทำเรื่องผิดบาปอะไรมาหรอกนะ
เกิ่งเหยียนลุกขึ้น จ้องมองจิ่งหราน “คุณทำอะไรไม่ดีมาหรือเปล่า!”
จิ่งหรานชะงักไป “คิดอะไรน่ะ ผมไม่มีเวลาหรอก!”
เกิ่งเหยียนได้ยินคำพูดนี้ก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมาสักนิด “