พ่อหนุ่มนั่นไม่มีช่วงวัยหนุ่มหรือไงคะ ลูกสาวคุณล้ำค่ามากเลยหรือคะ”
คำถามเหล่านี้ให้ทำเอาฉินเสี้ยวหยวนอึ้งไปแล้ว!
สองแม่ลูกคู่นี้ล้อเล่นอะไรกันอยู่
แบบนี้ต้องใส่ไฟเข้าไปอีก!
ฉินเสี้ยวหยวนยังคงพูดต่อไป “แต่!”
จี้หรูอวิ๋นลุกขึ้นยืน เดินมุ่งกลับบ้าน “เอาละ เรื่องที่ไม่ควรห่วงก็ไม่ต้องห่วงค่ะ คนหนุ่มสาวก็ต้องมีชีวิตอย่างคนหนุ่มสาว เหล่าฉิน ไม่ใช่ว่าฉันจะว่าอะไรคุณนะคะ จะรักลูกสาวก็ต้องรู้ด้วยว่าจะรักยังไง”
“เยว่เยว่อายุขนาดนี้แล้ว อีกไม่นานก็จะสามสิบแล้วนะคะ คุณจะดูแลเธอตลอดไปเลยหรือไง ต้องไม่ให้เยว่เยว่มีคนรักคุณถึงจะพอใจหรือไงคะ อะไรที่คุณควรยุ่งก็ยุ่งได้ เยว่เยว่ก็อายุยี่สิบแปดเข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะพื้นเพทางครอบครัว หรือการศึกษาก็สมบูรณ์แบบทั้งนั้น ยังมีอะไรให้คุณเป็นห่วงอีก ต่อไปเรื่องคนรักของลูกคุณก็ไม่ต้องยุ่งแล้ว! แน่นอนว่า…คุณก็อย่าไปยุ่งเรื่องเฉินชางให้มากเกินไปนะคะ ฉันว่าเขาก็ไม่เลวเลย”
ฉินเสี้ยวหยวนถูกคำพูดของจี้หรูอวิ๋นทำเอาเงียบไปเลย
เขายุ่งมากเกินไปจริงๆ หรือ
ทันใดนั้น จี้หรูอวิ๋นก็กล่าวเสริมเป็นครั้งสุดท้าย “เฮ้อ…ตอนคุณยังหนุ่มยังไม่เคยแบกฉันแบบนี้เลย ไม่รู้จักความโรแมนติกเลยสักนิด! เหอะ…รีบกลับบ้านเร็ว กลับไปแช่เท้าสักหน่อย ง่วงแล้วค่ะ”
เมื่อจี้หรูอวิ๋นพูดจบ ก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกแบกเดินไปข้างหน้า!
จี้หรูอวิ๋นตกใจ!
“โอย เหล่าฉิน วางฉันลงค่ะ!”
ฉินเสี้ยวหยวนตีก้นไปครั้งหนึ่