มในวันนี้ ส่งเสียงดังจริงๆ!
……
ทันใดนั้นเฉินชางก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกเหมือนลำคอแห้งผาก ใจเต้นกระสับกระส่าย
เหล่าฉินรีบดึงจี้หรูอวิ๋นให้หันมาแล้วกลับหลังหัน พูดขึ้นว่า “เฮ้อ ภรรยาข้า ทำไมข้ารู้สึกตาพร่าจัง มองอะไรไม่เห็นเลย!”
จี้หรูอวิ๋นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “โอ้ สามี ข้าก็ด้วยเจ้าค่ะ แล้วก็…รู้สึกเหมือนมีเสียงดังวิ้งๆ ในหู ไม่ได้ยินอะไรเลย เป็นอะไรกันแน่นะ”
ฉินเสี้ยวหยวนเข้าสู่บทบาทได้อย่างรวดเร็ว ถึงกับกล่าวต่อไปว่า “รีบกลับบ้านเถอะ ข้าอยากพักแล้ว!”
จี้หรูอวิ๋นพยักหน้า!
ทั้งสองรีบร้อนเดินจากไป เฉินชางเห็นดังนั้นก็ตกตะลึงจนตาค้างไปอีกรอบ!
นี่มัน…อัศจรรย์เกินไปไหม!
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คิดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการฉินจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้กลับมา
ผู้อำนวยการก็คือผู้อำนวยการ ยิ่งคิดก็ยิ่งนับถือ
ว่าแต่ว่า…ครอบครัวนี้มันบ้านฉินการละครได้ขนาดนี้เลยหรือ…
คิดถึงปฏิกิริยาเมื่อครู่นี้ของผู้อำนวยการฉินแล้ว เฉินชางก็เหงื่อแตกพลั่ก
คิดถึงตรงนี้ จู่ๆ สัมผัสที่มือก็กลับมา จากนั้นก็บีบไปเล็กน้อย
อืม ไม่เลว ตรงไหนก็ดีไปหมด!
ถ้างั้น…ลงไปอีกหน่อยแล้วกัน?
คิดแล้วเฉินชางก็ลองดู!
ขณะที่เฉินชางคิดจะลองดูอีกครั้ง เสียงฉินเยว่ก็ดังขึ้นข้างหู “ชีวิตสำคัญอยู่นะคะ!”
เฉินชางหน้าซีดไปทันที! เขารีบวางฉินเยว่ลงทันควัน จากนั้นก็กระแอมแล้วพูดว่า “เอ่อ…คือ…เมื่อกี้ผมเส้นประสาทมือกระตุก ขยับไม่ได้!”
ฉินเยว่หรี่ตามองเฉ