ับเป็นเพื่อนกันแล้ว!
มิฉะนั้นคงโดนด่าว่าบ้าไปแล้ว!
ไม่กล่าวไม่ได้ว่าการผ่าตัดในวันนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเฉินชางและอาจารย์เมิ่งแปรเปลี่ยนจากศิษย์อาจารย์เป็นสหายไปแล้ว ลดระยะห่างระหว่างกันได้ไม่น้อย
เดิมทีก็อายุต่างกันไม่มากอยู่แล้ว หากจะคบกันแบบลูกศิษย์และอาจารย์ให้เคร่งครัดเหมือนวัฒนธรรมโบราณย่อมเป็นไปไม่ได้
ทั้งสองเดินเคียงกันไป พูดคุยยิ้มแย้มต่อกัน เรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องตลกระหว่างเพื่อนเท่านั้น ไม่มากไปกว่านั้น
เมื่อกลับมาถึงห้องพักหมอ พวกเก่อฮว๋ายก็ยังทำงานอยู่!
ตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้ว
เฉินชางแปลกใจมาก วันนี้เป็นวันทำโอทีแห่งชาติหรือไง
เก่อฮว๋ายเห็นอาจารย์เมิ่งกลับมาแล้วก็รีบพูดขึ้นว่า “อาจารย์เมิ่ง จัดการประวัติคนไข้เรียบร้อยแล้วครับ คุณมาเซ็นชื่อเลยได้หรือเปล่าครับ”
เมิ่งซีกำลังอารมณ์ดี ขณะมองเก่อฮว๋ายก็ยังมีรอยยิ้มให้ “ลำบากคุณแล้วหมอเก่อ เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกันค่ะ ตอนนี้ดึกแล้ว ฉันกลับก่อนนะ”
เก่อฮว๋ายดีใจจนตัวแทบลอย
วันนี้เมิ่งซีสวมชุดออกกำลังกาย ให้ความรู้สึกสดใสดั่งวัยหนุ่มสาว
เมิ่งซีกลับไปก่อน ส่วนเฉินชางยังอยู่ต่ออีกหลายนาที
เห็นท่าทางดีอกดีใจเช่นนั้นของเก่อฮว๋าย เฉินชางก็อดถอนใจไม่ได้ “อาจารย์เก่อ คุณคงไม่ได้ชอบอาจารย์เมิ่งหรอกนะครับ”
ประโยคนี้ทำเอาหมอดีกรีปริญญาเอกอีกสองคนที่อยู่ในห้องหูตั้ง เก่อฮว๋ายถูกเฉินชางพูดจาแทงใจเช่นนี้ก็หน้าแดงจนทนไม่ไหว
“อย่าพูดเหลวไหล!