ยุพอๆ กับเฉินชาง แต่ประสบการณ์การรักษาและงานคลินิกยังแตกต่างกันมาก หลิวเจี้ยนก็ให้ความสำคัญกับเฉินชางเป็นพิเศษ โดยปกติหากทราบว่าเฉินชางมีผ่าตัด ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หลิวเจี้ยนมักอาสาเป็นวิสัญญีแพทย์ด้วยตัวเอง ต่อให้หัวหน้าแผนกคนอื่นเรียกตัวก็ไม่ยอมไป
เฉินชางก็รู้สึกขอบคุณเขาในเรื่องนี้มากเช่นกัน
สำหรับศัลยแพทย์คนหนึ่ง หากมีวิสัญญีแพทย์ดีๆ สักคนเป็นคู่หู ก็เหมือนเป็นการรับประกันว่าการผ่าตัดจะดำเนินไปอย่างราบรื่น
เขาให้ยาชาบริเวณข่ายประสาทเบรเคียล (Brachial plexus) หรือเส้นประสาทส่วนแขน จากนั้นเฉินชางก็เริ่มเย็บ
หลิวเจี้ยนมองสวีตงตง อดเอ่ยไม่ได้ว่า “ฝีมือเย็บเส้นเอ็นของหมอเฉินสุดยอดเลยนะครับ”
นี่คือเรื่องจริง
ผู้ป่วยทอดถอนใจ “หมอครับ หมอต้องทำให้ดีนะครับ ถ้าเย็บเสร็จแล้ว ต่อไปก็ไปกินข้าวที่ร้านผม เดี๋ยวผมจะลงครัวทำอาหารให้คุณเองเลย ฝีมือผมเก่งจริงไม่ได้โม้ น่าเสียดาย…เฮ้อ”
เฉินชางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ผู้ป่วยคนนี้ถึงจะกังวลเรื่องนิ้วตัวเองแต่ก็ยังโฆษณาร้านอาหารตัวเองไปด้วย
การผ่าตัดดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลายังไม่ทันถึงยี่สิบนาทีก็เสร็จแล้ว ผู้ป่วยเริ่มมีความรู้สึกกลับคืนมา
เขาคิดจะขยับแต่ถูกเฉินชางหยุดไว้
เมื่อกลับมาที่ห้องผู้ป่วย เฉินชางก็กำชับเรื่องต่างๆ สุดท้ายก็พูดว่า “สองวันนี้ต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการก่อนนะครับ อีกสองวันพอได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ต้องใช้เวลาพักฟื