้นต่อ”
ผู้ป่วยยังไม่วางใจ เขามองเฉินชางอยู่นานแล้ว เพราะจะพูดอย่างไรเฉินชางก็ไม่ยอมไปร้านอาหาร
สุดท้ายจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาร้านอาหาร “เอ่อ นายทำอาหารมาส่งที่นี่หลายๆ อย่างหน่อย ใช่! แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลอันดับสอง แบบพิเศษนะ อาหารหนักๆ เลย! ใช่ๆๆ ทำให้เยอะหน่อย…ใช่ เอาแป้งย่างมาเยอะๆ ด้วย!”
ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที ชายคนหนึ่งก็ถือกล่องใบใหญ่ใบเล็กวิ่งมาที่ห้องผู้ป่วยแผนกฉุกเฉินอย่างเร่งร้อน พอเห็นเถ้าแก่ร้านนั่งอยู่ที่นั่นก็รีบถามว่า “พี่ครับ ไม่เป็นไรใช่ไหม”
ผู้ป่วยส่ายหน้า “ตามมา”
ขณะคุยกัน ทั้งสองก็เดินไปที่ห้องหมอ จากนั้นผู้ป่วยก็หัวเราะแล้วกล่าวไปว่า “หมอครับ นี่เป็นน้ำใจของผม กินข้าวหน่อยนะครับ เป็นอาหารที่ทำจากร้านพวกเราเอง จ่ายไปไม่เท่าไหร่หรอก พวกคุณทำงานลำบากมาทั้งช่วงกลางวัน ยังไม่ได้กินข้าวเลย ผมต้องขอบคุณจริงๆ นะครับ”
การกระทำของชายคนนี้ทำให้เฉินชางซาบซึ้งใจ เขายิ้มแล้วลุกขึ้นบอกขอบคุณ
ชายคนนั้นโบกมือ “โอ๊ย ไม่ต้องเกรงใจครับ!”
เมื่อออกมาแล้วเขาก็หยิบถุงแป้งย่างออกมาสองถุง ถุงหนึ่งวางไว้ที่ห้องหมอ อีกถุงหนึ่งวางไว้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล
แม้จะเป็นอาหารราคาไม่แพง แต่น้ำใจกลับเต็มเปี่ยม นี่ทำให้เฉินชางซึ้งมาก
สิ่งสำคัญคือการเสียสละของคุณได้รับการยอมรับจากผู้อื่น มีคนชื่นชมในความทุ่มเทของคุณ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
บางครั้งคนเราก็ไม่ได้ทำเพื่อการตอบแทนบุญคุณ หวังเพียงว่าจะได้รั