ชางไปคนหนึ่งแล้ว แต่…เฉินชางไม่รู้ตัว!
คิดถึงตรงนี้เฉินชางก็รู้สึกระทมทุกข์ “ทำไมผมไม่รู้ล่ะ”
หวังเชียนกล่าวไปตามตรง “ก็เป็นนักเรียนของผู้อำนวยการหลี่ คุณรู้แล้วจะทำอะไรได้ล่ะครับ”
เฉินชางทอดถอนใจ…ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรไม่มีผู้ช่วยก็ทำงานได้
……
……
แพทย์อินเทิร์นมาถึงกันประมาณสิบโมงกว่า กรูกันเข้ามาทีเดียวยี่สิบกว่าคน ทำเอาห้องหมอของแผนกฉุกเฉินแออัดไปในพริบตา
เฉินปิ่งเซิงจัดเรียงคนตามข้อมูลลงทะเบียนโดยเลือกจัดแจงให้หมอที่มีอายุงานสูงก่อน จากนั้นถึงจะเป็นคิวพวกหมอน้อยอย่างเฉินชาง
ไม่กล่าวไม่ได้ว่ามีผู้หญิงเรียนแพทย์มากกว่า ที่เป็นผู้ชายก็พอมี แต่เมื่อเทียบกันแล้วอยู่ในอัตราหนึ่งต่อสองเท่านั้น
เฉินปิ่งเซิงมองเฉินชางอย่างพิจารณา กำลังคิดจะเข้าไปพูดคุยกับหมอหญิงคนหนึ่งเพื่อจัดแจงให้เขา แต่จู่ๆ ก็เห็นฉินเยว่จ้องเขม็งมาที่ตน
เฉินปิ่งเซิงทำได้เพียงกระแอม รีบหันไปพูดกับหวังเชียนที่เพิ่งจัดแจงหมอหนุ่มไปให้ “เอ่อ หวังเชียน หมอหญิงคนนี้ให้คุณดูแลแล้วกัน ส่วนเสี่ยวสวีก็ให้ติดตามเฉินชางแทน!”
ฉินเยว่ยิ้มจนตาหยี มองเฉินปิ่งเซิงด้วยรอยยิ้มหวาน
เฉินชางกับหวังเชียนสบตากัน
หวังเชียนเห็นสาวน้อยหน้าตาสวยงามคนนี้ก็ดวงตาเป็นประกาย ถึงกับยิ้มออกมา!
เฉินชางมีสีหน้าจนใจ ทันใดนั้นฉินเยว่ที่อยู่ข้างๆ ก็พูดเสียงแข็งว่า “ทำไมคะ ผิดหวังเหรอ”
เฉินชางนั้นรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่แน่นอน ผมโล่งอกต่างหาก!”
ฉินเยว่จึงค่อยพึงพอ