ใจ…
เฉินชางมองชายร่างอ้วนที่หนักเกือบเก้าสิบกิโลกรัมคนนั้นเดินมาหาตนเอง อดทอดถอนใจไม่ได้ แอบบ่นในใจว่า ‘ถึงจะไม่เจริญหูเจริญตา แต่…เป็นมงคลกับชีวิต ดีแล้ว’
ชายคนนั้นพูดยิ้มๆ ว่า “สวัสดีครับอาจารย์เฉิน ผมสวีตงตง”
เฉินชางพยักหน้ายิ้มๆ “ครับ คุณ…ทำงานแล้วใช่ไหมครับ”
สวีตงตงพยักหน้า “ผมทำงานอยู่ที่แผนกศัลยกรรมทั่วไปของโรงพยาบาลประชาชนแห่งอำเภอหลัน เพิ่งไปทำช่วงเดือนกันยายนของปีนี้เองครับ”
เฉินชางได้ยินว่าโรงพยาบาลประชาชนแห่งอำเภอหลันก็ชะงักไปเล็กน้อย สวีตงตงดูคล้ายกับเฉียนหลิน แต่ฝ่ายหลังดำกว่าเล็กน้อย ไม่ได้ดูหน้าตาอวบอิ่มเป็นมงคลเหมือนเจ้าหนุ่มนี่
“อายุเท่าไหร่แล้วครับ”
“ยี่สิบเจ็ด! ผมเรียนจบจากวิทยาลัยแพทย์ฉงชิ่ง ส่วนปริญญาโทเลือกเรียนศัลยกรรมทั่วไปครับ” สวีตงตงเห็นเฉินชางอายุไม่มากก็ยิ้มออกมา “อาจารย์เฉินอายุประมาณสามสิบหรือเปล่าครับ”
เฉินชางยิ้ม “พวกเราอายุเท่ากันครับ แต่…ทำไมคุณไม่มาเรียนปริญญาโทที่มณฑลล่ะครับ”
สวีตงตงดูเป็นคนอารมณ์ดีมาก “ผมเรียนปริญญาโทโดยไม่มีใบรับรองการฝึกอบรมน่ะครับ โรงพยาบาลระดับมณฑลเลยไม่รับพวกเรา พอดีว่าโรงพยาบาลอำเภอหลันซึ่งเป็นบ้านเก่าของผมมีนโยบายดึงดูดบุคลากรผู้มีความสามารถ ถ้าไปทำงานที่นั่นจะได้เงินค่าตั้งถิ่นฐานสองแสน อีกอย่างตอนนี้อำเภอหลันก็เจริญแล้วนะครับ หมอต้วนดีกับผมมาก พอผมไปทำงานที่นั่นเขาก็ให้ผมออกมาฝึกงานเลย”
“นอกจากนี้ไม่ว่าเราอย