าษแข็ง ขวดน้ำ ดูเหมือนจะเป็นสมบัติทั้งหมดของเขา
คนที่เดินผ่านไปมาเห็นคนเร่ร่อนคนนี้ก็พากันหลีกเลี่ยง
เมื่อเห็นฉางลี่น่าเดินออกมา คนเร่ร่อนก็รีบหมุนตัวไปทันทีราวกับตกใจอย่างไรอย่างนั้น รีบลากของคิดจะเดินจากไป
ฉางลี่น่าชะงัก รีบร้องเรียกเอาไว้ “เดี๋ยว รอก่อนค่ะ!”
คนเร่ร่อนได้ยินเสียงเรียกก็เดินก้าวไปอย่างลังเลสองสามก้าวแต่สุดท้ายก็หยุดเดิน
ฉางลี่น่าตะโกนว่า “มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”
อันที่จริงสถานการณ์เช่นนี้พบเห็นได้บ่อยในแผนกฉุกเฉิน ที่นี่มักมีขอทาน คนเร่ร่อน หรือคนบ้ามาปรากฏตัวอยู่ตรงประตูบ่อยๆ
ฉินไท่ซานยามประจำแผนกฉุกเฉินเห็นดังนั้นก็รีบเดินออกมาพูดกับคนเร่ร่อนว่า “มีธุระอะไรครับ ถ้าไม่มีอะไรก็กลับไปที่เดิมเถอะ นี่คือแผนกฉุกเฉิน อย่ายืนกีดขวางทางสัญจร”
คนเร่ร่อนได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้าแล้วลากของของตนเดินไปด้านข้าง เพียงแต่ขณะเดินดูเหมือนแขนซ้ายจะยกไม่ค่อยขึ้น
ฉินไท่ซานส่ายหน้า เรื่องเช่นนี้เขายุ่งไม่ได้ ทำได้เพียงหลับตาข้างลืมตาข้างเท่านั้น
ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงแล้ว เป็นช่วงเวลาเลิกงาน ทำให้มีคนเยอะ คนกลุ่มหนึ่งเห็นคนเร่ร่อนก็พากันเดินอ้อมไป
ฉางลี่น่าเห็นเขาไม่ตอบก็ถอนใจออกมา เธอไม่คิดวุ่นวายให้มากเรื่อง ได้แต่กลับไปที่ห้องโถงของแผนกฉุกเฉิน
ฉินเยว่แลกเวรกับหวังเชียนแล้วก็เลิกงานตามปกติ เธอมองเฉินชางแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ!”
พอมาถึงห้องโถงของแผนกฉุกเฉินก็เห็นคนเร่ร่อนนอกประตูเดินย้อนกลับ