มาอีกครั้ง คราวนี้มามือเปล่า เหมือนจะวางของไว้ที่มุมหนึ่งแล้วก็เดินย้อนกลับมา กระนั้นเขาก็ยังยืนอยู่ตรงประตูไม่กล้าเข้ามา
ฉางลี่น่ารีบพูดขึ้นว่า “หมอเสี่ยวเฉิน คนคนนี้ยืนอยู่ตรงประตูนานแล้วค่ะ ฉันดูแล้วเหมือนแขนของเขาจะมีปัญหา”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็พูดกับฉินเยว่ว่า “รอสักครู่นะครับ”
พูดจบก็เดินออกไปด้านนอก
คนเร่ร่อนเห็นเฉินชางเดินออกมาก็รีบหลบทางไม่กล้ายืนขวาง แต่เฉินชางกลับเดินมาหาเขา
พอเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่าย เฉินชางก็ถามขึ้นว่า “ผมเป็นหมอของโรงพยาบาลอันดับสองครับ คุณมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ”
คนเร่ร่อนหยิบซองบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปออกมาจากกระเป๋าเสื้อของตน จากนั้นก็เปิดซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พบว่ามีถุงพลาสติกสีขาวอยู่อีกถุงหนึ่ง ข้างในมีเศษเงินอยู่ห้าหยวนและเงินเหรียญอีกกองใหญ่ เฉินชางคำนวณดูคร่าวๆ คิดว่าน่าจะมีประมาณร้อยสองร้อยได้
คนเร่ร่อนส่งเงินให้เฉินชาง ปากก็เปล่งเสียงว่า “อาๆๆ …อือ…”
เฉินชางชะงักไป เป็นใบ้หรือ?
คนเร่ร่อนร้อนใจ เขาชี้ไปที่แขนของตนแล้วลองออกแรง ทำท่าทางให้รู้ว่าขยับไม่ได้
เฉินชางรีบถาม “คุณขยับแขนไม่ได้เหรอครับ”
คนเร่ร่อนพยักหน้า “อือๆๆ!”
เฉินชางลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงคิดพิจารณาไปตามความเคยชิน ต้องไปเอกซเรย์แล้วละ!
เฉินชางรีบพูด “ต้องเอกซเรย์ดูนะครับว่ากระดูกแตกหรือเปล่า”
คนเร่ร่อนสายหน้า ไม่ยอมเข้าไปเด็ดขาด จากนั้นก็ถอยหลัง