ไปสองก้าวใช้นิ้วชี้ไปบนร่างกายราวกับจะบอกว่า ไม่ไปๆ ผมสกปรกมาก เดี๋ยวทำให้พื้นและอุปกรณ์สกปรกไปด้วย
ตอนนี้ฉินเยว่เดินออกมา คนเร่ร่อนก็ยิ่งเดินถอยห่างไปอีกหลายก้าวราวกับกลัวว่าจะทำให้ผู้หญิงคนนี้รังเกียจ
ฉินเยว่เห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าไป “พวกเราต้องดูแขนของคุณนะคะว่าวินิจฉัยถูกหรือเปล่า”
คนเร่ร่อนส่ายหน้า “อาๆ…อือๆ!”
เขาวาดไม้วาดมือแล้วดึงแขนลง
เฉินชางชะงัก จะบอกว่ากระดูกเคลื่อนหรือ
คิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็คิดขึ้นมาได้ว่าตนเองมีทักษะจัดกระดูกอยู่ด้วยจึงพูดกับชายคนนั้นว่า “มา ให้ผมคลำดูหน่อยว่าเป็นอะไร ถ้าคุณเจ็บคุณก็ร้องออกมานะครับ”
คนเร่ร่อนลังเลครู่หนึ่ง ชี้ไปที่มือเฉินชางแล้วชี้มาที่แขนของตนก่อนส่ายหน้า จากนั้นก็วาดมือเป็นรูปถุงมือราวกับจะบอกว่า ‘ผมสกปรกมาก อย่าใช้มือจับ ไปใส่ถุงมือเถอะ’
เฉินชางอ่อนอกอ่อนใจไปโดยพลัน เขาส่ายหน้ายิ้มๆ “ผมไม่กลัว อีกเดี๋ยวค่อยไปล้างมือเอาก็ได้”
ชายคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง อยากถอดชุดคลุมด้านนอกออก แต่ผ่านไปนานแล้วก็ยังไม่ถอด ถึงอย่างไรแขนซ้ายก็กระดูกหลุดแล้วขยับไม่ได้ ส่วนแขนขวาก็ขยับอยู่นานแต่ก็จนปัญญา
ฉินเยว่เดินไปข้างหน้าเพื่อช่วยปลดกระดุมและถอดเสื้อนอกให้เขาโดยไม่รังเกียจว่าอีกฝ่ายสกปรก คนเร่ร่อนเห็นดังนั้นก็ส่งอืออาน้ำตาไหล แต่ก็ยังพูดอะไรไม่ได้
เมื่อเห็นแขนอีกฝ่าย ฉินเยว่ก็พูดกับเฉินชางว่า “ให้ฉันโทรหาเสวี่ยเลี่ยงแผนกออร์โธฯ (ศัลยกรรมกระด