ูก) ไหมคะ”
เฉินชางส่ายหน้า “เดี๋ยวผมดูก่อนนะครับ”
พูดจบก็ยื่นมือไปจับแขนชายคนนั้นขึ้นมาแล้วใช้มือบีบนวด พลางถามไม่หยุดว่าเจ็บไหม
เมื่อถกเสื้อขึ้นมาถึงบริเวณไหล่ เฉินชางก็เห็นว่าบริเวณไหล่ซ้ายของคนเร่ร่อนมีรอยบุ๋มอย่างชัดเจน นี่…เป็นลักษณะไหล่แบบเหลี่ยมตามตำรา เฉินชางใช้มือกดลงไปบริเวณรักแร้และใต้จะงอยบ่าเบาๆ สัมผัสได้ว่าต้นแขนเคลื่อนที่ได้ และ…ตรงข้อต่อว่างเปล่า!
นี่คงเป็น…กระดูกข้อต่อบริเวณไหล่หลุดสินะ
เฉินชางพิจารณาในใจ จากนั้นจึงจับมือซ้ายของเขาวางลงบนไหล่ขวา พบว่าวางมือไม่ได้ ผลทดสอบเป็นบวก!
ตอนนี้แน่ใจแล้วว่ามีอาการข้อต่อไหล่หลุด ส่วนเรื่องกระดูกแตก…ยังไม่แน่ใจ แต่ดูจากสภาพตอนนี้แล้วคงไม่ได้กระดูกแตก ถ้าหากต้องการข้อมูลที่แน่ชัดจะต้องเอกซเรย์ แต่คนเร่ร่อนนี้ตีให้ตายก็ไม่ยอมเข้าไปในโรงพยาบาล พอบอกว่าให้เข้าไปก็จะวิ่งหนี เฉินชางเองก็จนปัญญา
ต่อให้กลับเข้าที่ก็แล้วกัน!
คิดถึงตรงนี้เฉินชางก็ใช้มือวางลงบนตำแหน่งกระดูกหัวไหล่ให้มั่นคงแล้วใช้อีกมือหนึ่งจับบริเวณแขนซ้ายของผู้ป่วยเอาไว้ หมุนตามแนวอย่างอ่อนโยนจากนั้นก็ออกแรงดัน ฉับพลันนั้นก็มีเสียงดังออกมา!
เข้าแล้ว!
ทางด้านคนเร่ร่อนคล้ายชินกับอาการไหล่หลุดแล้วจึงไม่ได้มีท่าทีอะไรมาก ขณะคุยกันยังทำท่าจะขยับอีกด้วย เฉินชางจึงต้องรีบหยุดเอาไว้ ใช้เสื้อของชายคนนั้นผูกแขนคล้องกับคอเพื่อให้แขนอยู่นิ่งๆ
“ช่วงนี้ให้อยู่นิ่งๆ ไปก่อนสั