่าหมอน้อยคนนั้นตรวจสะเพร่าทำให้ต้องจ่ายเงินมากขึ้น โกรธจนฟ้องเรื่องหมอน้อยคนนั้นกับฝ่ายกิจการแพทย์เลยค่ะ”
“โชคดีที่ไม่สาหัสอะไร ไม่ต้องผ่าตัด ทางโรงพยาบาลเลยเข้าเฝือกให้ฟรีและยังให้ยามากินอีกไม่น้อย”
“แต่ความจริงคือ…ฉันไม่ได้บอกอาการชัดเจนเท่าไหร่ เฮ้อ…แล้วยังเอาเรื่องหมออันไปบอกคนอื่นอีก แย่จริงๆ …”
พูดถึงตรงนี้ คุณยายก็ไม่สบายใจ อย่างไรเสียตอนนั้นเธอก็ฟ้องหมอน้อยคนหนึ่งกับฝ่ายกิจการแพทย์ ซึ่งนี่จะทำให้หมอน้อยเสียประวัติและไม่เป็นผลดีต่ออนาคต
ตอนนี้เองคุณยายก็พูดขึ้นว่า “ต่อมาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง ประมาณหนึ่งปีเห็นจะได้ ตอนฉันหั่นผักเผลอหั่นไปโดนมือจนบาดเจ็บเลยรีบไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง บังเอิญหมอที่เจอก็เป็นหมออันอีก!”
“เขาอาจจำฉันไม่ได้ แต่…ฉันจำเขาได้ พอฉันเห็นเขาก็รู้สึกไม่ดีเลยคิดจะกลับ ขอเปลี่ยนหมอคนใหม่”
“แต่หมออันตรวจแล้วก็บอกฉันว่าเอ็นขาดจะต้องผ่าตัด ตอนนั้นครอบครัวเรากำลังลำบากแทบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ฉันจะทำใจไปผ่าตัดได้ยังไง พวกเราไม่มีเงินเลย! ฉันเลยบอกให้เขาฆ่าเชื้อและพันแผลให้ฉันก็พอ! หมออันอธิบายอยู่นาน พูดถึงความสำคัญของเส้นเอ็น…แต่ครอบครัวเราไม่มีเงิน!”
“ฉันตัดสินใจหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา หมออันเห็นว่าในผ้าเช็ดหน้าที่ฉันหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อมีเศษเหรียญอยู่กองหนึ่งก็เข้าใจขึ้นมาทันที ถึงจะเป็นแบบนั้น…เขาก็ยังไม่ยอมแพ้เรื่องผ่าตัดเย็บเส้นเอ็น แต่พวกเราไม่มีเงินจริงๆ!”
“