ต่อมาหมออันก็เย็บแผลให้ฉัน เย็บแผลให้ฉันในห้องตรวจ ส่วนค่าเย็บแผลก็ควักเอาจากกระเป๋าตัวเอง ตอนนั้นฉันจำได้ดี ฉันจ่ายเงินไปยี่สิบห้าหยวนเป็นค่าพันแผลและอีกห้าหยวนเป็นค่าลงทะเบียน”
“ตอนนั้นฉันเสียใจจริงๆ ฉันไม่กล้าบอกหมออันว่าตอนนั้นฉันฟ้องเรื่องเขา แล้วก็ไม่มีเงินให้เขาเพื่อแสดงความขอบคุณด้วย ได้แต่วิ่งออกมาเลย จากนั้นก็ไม่กล้ามาที่โรงพยาบาลตงต้าสาขาสองอีกเพราะกลัวเจอหมออัน!”
พูดถึงตรงนี้ ชายชราก็สับสนมึนงง คิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วย
คุณยายนั่งอยู่เช่นนั้น เงียบไปพักใหญ่
ทั้งสองต่างก็เงียบอยู่เช่นนี้!
ผ่านไปครู่หนึ่ง คุณยายถึงค่อยกล่าวขึ้นว่า “เฮ้อ…สงสัยสวรรค์จะบันดาลให้ฉันมาตอบแทนบุญคุณความแค้นจริงๆ ฉันคิดว่าจะไม่ได้เจอหมออันแล้ว ไม่นึกว่าสวรรค์จะจัดแจงให้มาเจอเรื่องแบบนี้อีก”
ทั้งสองเงียบไปนาน ผ่านไปครู่ใหญ่ชายชราก็ลุกขึ้นยืน สวมรองเท้า มองไปที่ภรรยาแล้วพูดว่า
“ไปเถอะ เกิดเป็นคนจะต้องตรงไปตรงมา หมออันเป็นคนดี พวกเราก็ไปพูดกับเขาให้รู้เรื่องเถอะ ที่ควรขอโทษก็ต้องขอโทษ ประเดี๋ยวกลับมาก็โทรหาเจ้าใหญ่ บอกให้เขาเตรียมของขวัญมาให้หมออันพรุ่งนี้ด้วย คืนนี้พวกเราจะคุยเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง”
ชายชราเป็นคนซื่อสัตย์ มีเรื่องในใจก็เก็บเอาไว้ไม่อยู่ ได้ยินภรรยากล่าวออกมาเช่นนี้แล้วก็อยากลุกขึ้นเดินไปคุยทันที
คุณยายได้ยินดังนั้นก็เกิดกระสับกระส่าย แต่ก็ยังลุกตาม
ทั้งสองเดินมาที่ห้อ