หนึ่งยืนอยู่ตรงข้าม กำลังทักทายพวกเขาอยู่
ฉินเสี้ยวหยวนและจี้หรูอวิ๋นแย้มยิ้ม “หัวหน้าฉิน พวกเรากำลังพูดถึงคุณพอดี พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาเลย!”
เนื่องจากไม่มีห้องส่วนตัว พอเดินผ่านก็จะเห็นได้ทันที
ฉินเสี้ยวหยวนเรียกพนักงานเข้ามา “ยกจานออกไป ชงน้ำชามาหนึ่งกา”
“มาครับหัวหน้าฉิน นั่งดื่มชากันก่อน ผมมีเรื่องจะหารือกับคุณอยู่พอดี”
ความจริงฉินเสียงไม่คิดนั่ง แต่เมื่อได้ยินฉินเสี้ยวหยวนกล่าวว่ามีเรื่องจะปรึกษาตนจึงยอมนั่งลง
เพิ่งนั่งลงก็เห็นเฉินชางและฉินเยว่
“เอ๋ เสี่ยวเฉิน คุณก็อยู่ด้วยหรือ…นี่คือ…”
ฉินเสียงตกใจจนตาค้างไปแล้ว
ฉินเสี้ยวหยวนหัวเราะก่อนตอบ “อ้อ! จริงสิหัวหน้าฉิน ผมขอแนะนำหน่อยนะครับ นี่คือลูกสาวผมฉินเยว่ ส่วนนี่เฉินชางแฟนของเธอ!”
ฉินเสี้ยวหยวนไม่คิดปิดบังอะไร แนะนำไปอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาว่าเฉินชางก็คือแฟนของฉินเยว่
ประโยคนี้ของฉินเสี้ยวหยวนพูดให้เฉินชางฟัง ให้เขารู้ว่าได้รับการยอมรับจากตนแล้ว
ความจริงหากดูผิวเผิน ประโยคนี้คล้ายกับเป็นการพูดโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับมีความหมายมากมายแฝงอยู่ในนั้น เป็นคำพูดที่สำคัญมาก และหาได้ยากมากจริงๆ อย่างน้อยก็ทำให้เฉินชางดีใจ
บางทีความดีใจเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้อาจไม่นับเป็นอะไรได้ แต่เหล่าฉินหวังว่าต่อไปเฉินชางจะทำตัวดีๆ กับลูกสาวตนสักหน่อย
คนเราจะทำอะไรก็ต้องใส่ใจรายละเอียดให้มาก
จริงดังคาด เมื่อเฉินชางได้ยินคำพูดของเขาก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ
นั่นเป