็นเพราะฉินเสี้ยวหยวนจะมองเฉินชางเป็นเพื่อนร่วมงานของฉินเยว่ก็ได้ จะแนะนำว่าเป็นเพื่อนนักเรียน หรือเพื่อนเฉยๆ ก็ย่อมได้ แต่เขาเห็นตนเป็นแฟนของลูกสาว นี่ย่อมแตกต่างกัน
เหล่าฉินเป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลอันดับสอง เป็นคนระดับที่ต้องเคร่งขรึมจริงจัง ส่วนจี้หรูอวิ๋นก็เป็นหัวหน้าศูนย์ประกันสังคม เป็นคนที่ต้องเคร่งขรึมจริงจังเช่นเดียวกัน ทั้งสองเป็นบุคคลสำคัญในวงการแพทย์ของเมืองอันหยาง
พวกเขาแนะนำตัวเฉินชางเช่นนี้ต่อหน้าคนนอก หมายความว่ายอมรับเฉินชางแล้ว
ฉินเสียงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาทันที “ผู้อำนวยการฉิน ผมรู้จักเสี่ยวเฉินอยู่แล้วครับ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญขนาดนี้ พวกเขาเหมาะสมกันจริงๆ ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวเฉินจะเป็นลูกเขยของผู้อำนวยการฉิน ต่อไปคุณคงมีความสุขมากนะครับที่ได้คนแบบนี้เป็นลูกเขย!”
คำพูดของฉินเสียง ทำให้ฉินเสี้ยวหยวนและจี้หรูอวิ๋นยิ้มออกมา แต่ไม่ได้สนใจมากนัก
ถึงอย่างไร…คำพูดตามมารยาทเช่นนี้ไม่ควรนับเป็นจริงเป็นจัง ไม่ว่าจะเป็นใคร หากพบหน้ากันก็ต้องเยินยอกันทั้งนั้น อีกอย่าง ต่อไปเสี่ยวเฉินต้องมีอนาคตยาวไกลแน่นอน มีพ่อตาเป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีแม่ยายเป็นถึงหัวหน้าศูนย์ประกันสังคม ต่อไปในเมืองอันหยาง เขาคงเรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝนแล้ว อนาคตในเส้นทางการแพทย์ย่อมยาวไกล
หลังจากพูดจาเกรงอกเกรงใจตามมารยาทจบแล้วก็นั่งลง ฉินเสี้ยวหยวนจึงพูดเข้าประเด็นทันที “หัวหน้าฉิน