รับ”
เฉินชางชะงักไป “ย้ายโรงพยาบาลหรือครับ ย้ายไปที่ไหนครับ”
ชายวัยกลางคนทอดถอนใจ ไม่ง่ายเลยกว่าจะฝืนยิ้มออกมาได้ “ต้องขอบคุณสวรรค์ที่มอบผลลัพธ์ดีๆ เช่นนี้ให้ลี่ลี่ พวกเราไม่อยากให้เธออยู่ที่เมืองนี้แล้วครับ เราจะพาเธอไปทางใต้ ไปสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จักพวกเราแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่”
กล่าวจบเขาก็นั่งลง ดวงตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ผมจะให้ภรรยา ลูกชายและลูกสาวไปด้วยกัน ส่วนผมไม่ไป ผมต้องอยู่ต่อเพื่อทวงความยุติธรรมให้ลูกสาว! ความเจ็บปวดของเธอ เลือดของเธอ จะต้องไม่เสียเปล่า! ผมจะไปดูไอ้เดรัจฉานนั่นถูกพิพากษาตามกฎหมายแทนลูกสาวผมเอง!”
……
……
เขาพูดอะไรอีกมากมาย เฉินชางได้แต่พยักหน้ารับ
เมื่อหลี่เป่าซานมาถึงก็พิจารณาเรื่องนี้อยู่นาน สุดท้ายก็ตอบรับคำขอของอีกฝ่าย ลงชื่อในหนังสือยินยอมแล้วเตรียมย้ายโรงพยาบาลให้เธอ
ในเวลาต่อมา ซึ่งก็คือหนึ่งเดือนหลังจากเหตุการณ์นั้น ระหว่างติดตามอาการผู้ป่วย เฉินชางได้ทราบว่าครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ที่ฉงชิ่งทั้งครอบครัว พวกเขาส่งรูปถ่ายมาให้ดูด้วย ในรูปนั้น เธอยิ้มอย่างเบิกบานใจ
ตอนดูข่าว เฉินชางจึงได้ทราบว่าผู้ต้องสงสัยแซ่ซุนถูกตัดสินจำคุก เพียงแต่…ขณะอยู่ในคุกเป็นโรคประสาท สุดท้ายเป็นอย่างไรไม่ต้องบอกก็คงทราบกันดี
จนกระทั่งสิบกว่าปีต่อมา ในตอนที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมาอีกครั้ง เธอพาเด็กชายคนหนึ่งมาด้วย เด็กคนนั้นดูคล้ายเธอมาก ในเวลานั้นเฉินชางไม่ได้อยู่ที่โรงพย