ังดีของเหล่าเฉิน “พอครับพอ ถ้าแต่งบ้านเสร็จแล้วก็ไปดูด้วยกันนะครับ”
เฉินปิ่งเซิงมองเฉินชางด้วยท่าทางครุ่นคิดก่อนเตือนว่า “เอ่อ…เสี่ยวเฉิน ผมว่าไม่ต้องรีบหรอก อย่าทำให้ตัวเองเหนื่อยเกินไป เงินหาได้ไม่จบไม่สิ้น หาเท่าไหร่ก็ไม่พอ คุณยังหนุ่มแน่น รอให้เป็นหัวหน้าแพทย์ก่อนก็มีเงินใช้ไม่หมดไม่สิ้นเองแหละ ถ้าคุณขาดเงินก็มาบอกผมได้ ผมกับภรรยาพอมีเงินอยู่บ้าง ห้ามเกรงใจเด็ดขาด”
เฉินชางยิ้ม “ได้เลยครับลูกพี่ ผมไม่เกรงใจแน่!”
ตอนนี้เอง จางจื้อซินก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นเฉินชางและเฉินปิ่งเซิงอยู่ด้วยกันก็ยิ้มออกมาทันที “โย่! อยู่นี่กันหมดเลย เสี่ยวเฉิน ไม่เจอกันนานเลยนะครับ”
เฉินชางกลอกตาใส่ “ก็เจอกันในห้องผ่าตัดทุกวันนั่นแหละ!”
จางจื้อซินส่ายหน้า ถูมือพลางพูดยิ้มๆ ว่า “มันจะเหมือนกันได้ยังไงล่ะครับ ผมพูดว่าไม่เจอกันนาน คุณก็ต้องตีมือทักทายผมสิ”
พูดถึงตรงนี้จางจื้อซินก็ชะโงกหน้ามาข้างๆ เหล่าเฉิน “เฮ้อ เหล่าเฉิน ตอนนี้ผมทรมานสุดๆ แทบจะเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว!”
เฉินปิ่งเซิงถามอย่างแปลกใจ “เป็นอะไรล่ะครับ”
จางจื้อซินตอบ “ผมจะบอกคุณให้ ตั้งแต่เสี่ยวเฉินเริ่มทำงานที่คลินิกผมเป็นเดือนที่สอง ถ้าผมผ่าตัดกับเขาก็ไม่ได้จับมีดผ่าตัดเลย! คุณว่าผมจะหดหู่หรือเปล่าล่ะ ได้แต่เป็นผู้ช่วยทุกครั้ง เฮ้อ…ใจเจ็บ”
เฉินปิ่งเซิงแค่นเสียงเย็น “คุณยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ เสี่ยวเฉินก็ทำงานให้คุณไม่ใช่หรือไง!”
จางจื้อซินหน้าแ