ีบพูดขึ้นว่า “หมอเสี่ยวเฉินคะ คุณอ่านไปเถอะ!”
พูดจบเธอก็ถลึงตาใส่เก่อฮว๋าย “ทำไมคุณถึงขี้เกียจขนาดนี้นะ! หมอเฉินอ่านหนังสืออยู่ คุณจะไปรบกวนเขาทำไม บอกรหัสแอดมิดของผู้ป่วยมาสิ! ฉันจะทำให้คุณเอง!”
คำพูดของหวังเยี่ยนทำให้ห้องทำงานครื้นเครงขึ้นมา
เก่อฮว๋ายทอดถอนใจโดยพลัน “เฮ้อ…ตั้งแต่เสี่ยวเฉินมาที่แผนก ตำแหน่งของผมก็ถูกสั่นคลอนขึ้นทุกวัน!”
หวังเยี่ยนได้ยินเข้าพอดี เธอหันมายิ้มอย่างดูแคลน “หมอเก่อ คุณจะเอาอะไรไปเทียบกับเสี่ยวเฉินคะ! ฝีมือเย็บแผลของคุณก็ไม่เร็วเท่าหมอเฉิน หน้าตาก็ไม่หล่อเท่าหมอเฉิน! คุณไม่มีเส้นผมที่ดกดำเท่าหมอเฉิน และไม่มีรูปร่างสูงเพรียวเหมือนหมอเฉินด้วย” คำพูดนี้ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานครึกครื้นขึ้นมาอีกครั้ง
เก่อฮว๋ายจะอะไรได้ ปกติเขาก็หยอกล้อกับพยาบาลน้อยกลุ่มนี้จนคุ้นชินแล้ว แต่เฉินชางกลับมีสีหน้าสับสน!
นี่ผมถ่อมตัวแล้วนะ! ทำไมยังเป็นที่สังเกตอีกล่ะ
คิดได้ดังนี้ เฉินชางก็อดถอนใจไม่ได้ สายตาที่มองไปยังเก่อฮว๋ายเต็มไปด้วยความเห็นใจ หมอเก่อ ต้องโทษที่ผมยอดเยี่ยมจนสะดุดตาเกินไปสินะครับ
เมิ่งซีชำเลืองมองภาพนี้ ในดวงตาเต็มไปด้วยประกายขบขัน
ตอนนี้เอง นางพยาบาลคนหนึ่งก็เดินเข้ามา เมื่อเธอได้ยินคำพูดของหวังเยี่ยนก็อมยิ้ม
“หมอเก่อ พอแล้ว คุณอย่าพูดเลยค่ะ คุณเลือกไปเทียบกับเสี่ยวเฉินแบบนี้ เป็นการเลือกที่ผิดมากจริงๆ! ตอนนี้เสี่ยวเฉินเป็นเทพหนุ่มคนที่สองของแผนกศัลยกรรมหัวใจข