ัวมาจากการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเวลานานจึงทำให้เธออดตำหนิไม่ได้ “ใครให้คุณสูบบุหรี่ล่ะคะ สูบมากขนาดนั้น ไม่เป็นอะไรก็แปลกแล้ว!”
อู๋อวี้ซู่ได้ยินคำพูดนี้ก็ไม่พูดอะไรอีก อาจเป็นเพราะช่วงนี้เขาสูบบุหรี่มากเกินไปก็ได้!
ต่อไปก็สูบให้น้อยหน่อยแล้วกัน
ส่วนเรื่องที่ภรรยาบ่น อู๋อวี้ซู่พอเข้าใจได้
อู๋อวี้ซู่คิดว่าตนเองรู้จักสภาพร่างกายของตนอยู่บ้าง อาการนี้คงเป็นสักวันสองวัน ผ่านไปช่วงหนึ่งอาจจะกำเริบขึ้นครั้งหนึ่ง แต่ปล่อยไปสักสองสามเดือนก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจนัก
เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า อู๋อวี้ซู่ก็ไม่มีความอยากอาหารเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกว่าระยะนี้เขาทั้งเหนื่อยและล้า รู้สึกเหมือนท้องอืด อาหารไม่ย่อย
อู๋อวี้ซู่ทอดถอนใจออกมา เขาอายุห้าสิบแล้ว ร่างกายถดถอยจริงๆ แย่ลงทุกวัน อยากพักผ่อนก็พักผ่อนไม่ได้เพราะภาระที่ต้องแบกรับไว้ไม่ได้ลดน้อยลงเลย
อีกเดี๋ยวจะต้องเดินทางผ่านโรงพยาบาลอันดับสอง ตอนนั้นก็ให้หมอตรวจสักหน่อยแล้วกันว่าเป็นอะไร หากเป็นอะไรขึ้นมา ซื้อยาไปกินก็น่าจะพอ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อู๋อวี้ซู่ก็ไม่สนใจกินข้าวเช้าอีก เขารีบสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย หยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วออกเดินทางทันที เมื่อถึงทางที่ต้องผ่านโรงพยาบาลอันดับสองก็รีบแวะไปที่แผนกฉุกเฉิน ไปตรวจดูหน่อยว่ากระเพาะอาหารมีปัญหาหรือเปล่า หรือบางทีอาจเป็นโรคเก่า
ขณะที่อู๋อวี้ซู่กำลังต่อคิวอยู่นั้นก็มีคุณลุงคนหนึ่งเดินมาด้าน