งักไปเล็กน้อย เขาใคร่ครวญครู่หนึ่ง “รีบนอนนะครับ!”
ฉินเยว่กลอกตาใส่ทันที “มีอีกไหมคะ”
เฉินชางรีบเค้นสมองคิด ทันใดนั้นเขาก็คิดถึงมุกในอินเตอร์เน็ตขึ้นมาได้จึงรีบฉีกยิ้มเบิกบาน พูดไปว่า “คุณอยากให้ผมขึ้นไปดื่มน้ำเหรอครับ ไม่ต้องหรอก!”
ฉินเยว่รู้สึกขัดใจจริงๆ เธออยากตบเฉินชางจนหน้าทิ่มดินให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย สุดท้ายก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พ่อฉันอยู่บ้านค่ะ ขึ้นไปด้วยกันก่อนสิคะ กินน้ำกินท่าก่อนค่อยกลับ!”
เฉินชางกระสับกระส่ายขึ้นมาโดยพลัน
ช่างมันเถอะ พอเขาคิดถึงสายตาที่ผู้อำนวยการฉินใช้จับจ้องมาที่ตน เขาก็คิดว่าไม่ต้องดื่มน้ำก็ได้ ช่างมันเถอะ
ฉินเยว่เห็นเฉินชางไม่พูดอะไรก็กลอกตาด้วยความขุ่นเคือง
สุภาพบุรุษจริงๆ!
ต้องสอนให้ดีสักหน่อยแล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ฉินเยว่ก็หันมายิ้มให้ “งั้นฉันไปก่อนนะคะ! เจอกันพรุ่งนี้”
เฉินชางพยักหน้า “รีบกลับเถอะครับ พ่อแม่คุณเป็นห่วงคุณแย่แล้ว”
เมื่อเห็นว่าฉินเยว่จะเดินเข้ามาในตึกแล้ว เหล่าฉินจึงรู้สึกผ่อนคลายได้บ้าง ยังดี ยังดี ในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว
เฉินชางมองดูฉินเยว่เดินเข้าไป เขากำลังจะหมุนตัวเดินกลับบ้าน ทว่าจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกระจ่างใสดังขึ้นว่า “เฉินชาง!”
เมื่อเขาหันมาก็พบว่ามีสายลมหอมกรุ่นระลอกหนึ่งพัดเข้ามาโอบล้อม ความหอมกรุ่นโถมเข้าใส่อ้อมกอดของเฉินชาง
ฉินเยว่เขย่งปลายเท้า ใช้มือทั้งสองโอบคอดึงศีรษะเฉินชางลงมาแล้วจุมพิตลงบนหน้าผ