รมก็ได้ แต่ต้องไม่ยุ่งเกินไป
เธอจะเอาอย่างคุณแม่ได้หรือเปล่านะ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉินเยว่ก็ตัดสินใจแล้วว่าพอกลับถึงบ้านจะไปปรึกษากับคุณแม่สักหน่อยว่าจะทำให้ตนบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร
รถคันนี้ขับค่อนข้างเร็ว เพียงไม่นานก็มาถึงหน้าประตูโรงพยาบาลแล้ว
เฉินชางและฉินเยว่รีบวิ่งไปยังห้องโถงของแผนกฉุกเฉิน พบว่าเสี่ยวหลินนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์พยาบาลดูเหมือนกำลังเตรียมข้อมูลสำหรับแลกเวรวันต่อไปหรืออะไรบางอย่าง ส่วนพยาบาลน้อยที่อยู่ข้างๆ ก็กำลังยุ่งอยู่กับการจัดยา
นี่มันบรรยากาศฉุกเฉินบ้านไหนวะครับ
เฉินชางโกรธจนแทบกระอัก!
โอกาสที่สร้างมาอย่างยากลำบากถูกทำลายลงเช่นนี้น่ะหรือ
เฉินชางมองเสี่ยวหลิน “มีผู้ป่วยไม่ใช่หรือครับ เป็นยังไงบ้างครับ”
เสี่ยวหลินชะงักไป “อ๋อ ผู้ป่วยอยู่ในห้องหมอค่ะ หมอหวังกำลังวินิจฉัยอยู่ค่ะ เมื่อครู่มีผู้ป่วยที่ต้องเย็บแผลอยู่หลายคน หมอหวังยุ่งจนรับมือไม่ไหว แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือเร่งด่วนอะไรมากมาย หมอหวังคงรู้สึกไม่ดีหากจะไปรบกวนหัวหน้าแผนก สุดท้ายก็ได้แต่โทรหาคุณกับหมอฉินเพราะพวกคุณสองคนอยู่แถวๆ นี้น่ะค่ะ”
อืม พวกเขาฝืนรับข้ออ้างนี้อย่างไม่เต็มใจ!
เฉินชางและฉินเยว่เดินตรงไปที่ห้องหมอ เพิ่งจะเข้าไปในห้องพวกเขาสองคนก็ต้องหน้าเปลี่ยนสี เมื่อพบว่าขาของชายคนหนึ่งกลายเป็นสีม่วงดำไปแล้ว!
ตั้งแต่เข่าถึงข้อเท้า ทั้งสองด้านเป็นสีม่วงเล็กน้อย!
ที่แท้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรอกเหรอ