นึ่ง ตรงนี้ก็ปูเสื่อทาทามิ สร้างเป็นห้องชาขนาดเล็ก คั่นด้วยประตูบานเลื่อน…”
“คุณดูสิคะ ความจริงระเบียงตรงนี้สร้างเป็นห้องหนังสือได้ห้องหนึ่งเลย…”
……
ดูเหมือนฉินเยว่จะมีเซ้นส์ในเรื่องการแต่งห้องอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าเป็นไปตามความคิดของเธอ หรือเป็นแบบที่เธอชอบกันแน่ เฉินชางคิดว่าเธอเป็นคนที่รู้จักใช้ชีวิตคนหนึ่งเลยทีเดียว
จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าคนที่ตอนทำงานดูตั้งใจและพยายามขนาดนั้น พอเป็นเรื่องการใช้ชีวิตจะกลายเป็นสาวน้อยได้ขนาดนี้ รู้สึกว่าเธอเต็มไปด้วยจินตนาการมากมาย
เฉินชางมองฉินเยว่ในชุดเดรสเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง บ้างก็เดินออกไปรับแสงแดด จู่ๆ ก็รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างช่างงดงามเหลือเกิน
ดูเหมือนพี่สาวฝ่ายขายทุกคนจะเห็นทั้งสองเป็นว่าที่สามีภรรยาที่กำลังจะแต่งงานกันไปเสียแล้ว แรกๆ เฉินชางยังอธิบายเพื่อแก้ตัวอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไรอีก จะอย่างไรก็เหมือนที่พนักงานขายเหล่านั้นกล่าว ‘นอกจากพี่สาวฝ่ายขายแล้วก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาดูห้องเป็นเพื่อนผู้ชายอย่างจริงจังขนาดนี้เลยนะคะ!’
นี่ทำให้เฉินชางหน้าแดงก่ำอย่างไม่อาจควบคุม
……
……
การดูห้องครั้งแรกของเฉินชางไม่ได้ทำให้เขาเหนื่อยมากนัก กลับกัน เขารู้สึกเบิกบานใจด้วยซ้ำ ห้องอันว่างเปล่าทุกห้อง เมื่อถูกฉินเยว่บรรยายแต่งแต้มออกมาก็ทำให้มีสีสันขึ้นมาก เมื่อเพิ่มเครื่องเรือนแต่ละอย่างเข้าไปก็กลายเป็นบ้านได้จริงๆ
ความรู้สึกนี้ช่างอัศจรรย์