เฉินชางมองฉินเยว่ จู่ๆ ก็คิดในใจว่า ไม่ใช่ว่าตนชอบผู้หญิงคนนี้ไปแล้วหรอกนะ
คิดแล้วเฉินชางก็ใจเต้นแรง ต่อมาเขาก็รู้สึกว่าเวลาแต่ละนาทีและวินาทีที่ผ่านไปช่างล้ำค่ายิ่งนัก
ฉินเยว่มองตัวเองเป็นนายหญิงของบ้านไปแล้วจริงๆ เธอพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุด ไม่ทราบว่าผ่านไปแล้วกี่ห้อง ถึงอย่างไร…ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงครึ่งแล้ว หากท้องฉินเยว่ไม่ส่งเสียงร้องออกมา คาดว่าทั้งสองคงไม่รู้สึกเหนื่อย
เฉินชางเกรงอกเกรงใจขึ้นมาแล้ว “ฉินเยว่ พวกเราไปกินข้าวกันก่อนเถอะครับ พักสักหน่อย อีกเดี๋ยวค่อยมาดู”
ฉินเยว่พยักหน้า เงยหน้ายิ้มให้ท้องฟ้า ไม่มีความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย หรืออ่อนล้าแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เธอหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า “วันนี้คุณจะพาฉันไปกินอะไรคะ”
เฉินชางอดพูดไม่ได้ว่า “คุณเลือกเลยครับ วันนี้คุณช่วยผมได้เยอะเลย ผมว่าผมพาคุณมาด้วยแบบนี้เป็นตัวเลือกที่ฉลาดมากจริงๆ คุณเก่งมาก รู้ทุกเรื่องเลย ถ้าไม่มีคุณ ผมคงมึนๆ งงๆ อยู่เลยครับ”
ฉินเยว่ตบหน้าอก “ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ฉันอยากเป็นสถาปนิกค่ะ อยากเป็นมัณฑนากร”
เฉินชางยิ้ม “ถ้างั้นต่อไปคุณก็มาแต่งห้องให้ผมดีไหมครับ”
ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็พูดยิ้มๆ ว่า “ให้ฉันแต่งห้องให้แบบนี้ คุณไม่กลัวแฟนคุณไม่พอใจหรอคะ”
เฉินชางยิ้มบาง พูดด้วยท่าทางครุ่นคิดว่า “เธอน่าจะชอบนะครับ”
ฉินเยว่ไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกอิ่มเอม
……
ทั้