ินเยว่ส่ายหน้า “ฉันมาดูห้องเป็นเพื่อนเขาค่ะ”
จางฝานชะงักไปก่อนจะยิ้มออกมา แสร้งทำเป็นพูดอย่างใจกว้างว่า “หมอเฉินจะซื้อห้องเหรอครับ จะซื้อขนาดเท่าไหร่ครับ ผมมีเพื่อนเป็นผู้จัดการอยู่ที่นี่ บางทีอาจขอโปรโมชั่นให้คุณได้นะครับ”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า “ไม่รบกวนดีกว่าครับ ผมมาดูคร่าวๆ น่ะครับ ไม่ได้รีบซื้อ”
เขาไม่มีความประทับใจดีๆ กับจางฝานเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ที่อีกฝ่ายพูดเช่นนี้ออกมาก็เพราะอยากเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดีต่อหน้าฉินเยว่เท่านั้นแหละ ซึ่งเฉินชางไม่ให้โอกาสเขาได้ทำแน่นอน
แต่ฉินเยว่ไม่คิดเช่นนั้น! เธอหัวเราะออกมาทันที “อ้อ ถ้าบอกชื่อคุณไปจะได้ลดกี่เปอร์เซ็นต์เหรอคะ”
จางฝานชะงักไป คุณคิดว่าซื้อเสื้อผ้าอยู่หรือไงถึงถามว่าลดกี่เปอร์เซ็นต์…
อย่างไรก็ตาม จางฝานยังคงยิ้มบางๆ มองเฉินชางแล้วพูดว่า “อย่างอื่นผมไม่กล้าพูดหรอกครับ แต่ถ้าเป็นอพาร์ทเม้นท์ขนาดสองห้องทางฝั่งโน้น ผมคิดว่าเพื่อนผมมีอำนาจอยู่พอตัว เขาเป็นผู้ร่วมสร้างตึกนั้นน่ะครับ ถ้าหมอเฉินจะซื้อ ผมว่าซื้อห้องราคาประหยัดที่ใช้งานสะดวกก่อนดีกว่า ห้องชุดขนาดเล็กแบบนี้ออกจะเกินตัวไปหน่อยนะครับ อีกอย่างห้องทางนั้นราคาค่อนข้างสูงเลยนะครับ”
จางฝานพูดเหมือนเกรงใจ แต่ความจริงไม่ได้มีความเกรงใจสักนิด
เฉินชางไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเขาอยู่แล้ว
แต่ว่า…เมื่อคิดดูอีกครั้ง จู่ๆ เขาก็ยื่นมือออกไปจูงมือฉินเยว่แล้วพูดว่า “ไปเถอะครับ พวกเราไปกิ