น่อยนะลูก”
ฉินเยว่พยักหน้า “งืม รู้แล้วค่ะ พ่อคะแม่คะ หนูไปล่ะ!”
พูดจบก็เปิดประตูเดินออกไปทันที
ฉินเสี้ยวหยวนเห็นดังนั้นก็เคร่งเครียดจนทนไม่ไหว ยังดีที่เป็นวันอาทิตย์…มิฉะนั้น หากคืนนี้ไม่กลับบ้านจะทำอย่างไร คนเป็นพ่อจะสั่งสอนอย่างไรดี ลูกสาวก็อายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดไปแล้ว ควรจะเตือนอย่างไรดี
ฉินเสี้ยวหยวนรู้สึกว่าตัวเองช่างลำบากแท้!
คิดไปคิดมา เขาก็รู้สึกว่าตัวเองต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว
จะทำอย่างไรดีล่ะ
จริงสิ!
ทันใดนั้นฉินเสี้ยวหยวนก็คิดแผนการขึ้นมาได้
เขายุ่งกับฉินเยว่ไม่ได้ แต่ยุ่งกับเฉินชางได้!
พอถึงช่วงสี่ทุ่มกว่าก็ให้แผนกฉุกเฉินโทรหาอีกฝ่ายบอกว่ามีผู้ป่วย ให้เฉินชางไปดูสักหน่อย…
เป็นแผนที่ดี!
คิดได้ดังนี้ ฉินเสี้ยวหยวนก็รู้สึกว่าตัวเองฉลาดเหลือเกิน! ถึงอย่างไรบ้านของเฉินชางก็อยู่ใกล้โรงพยาบาล เตือนให้เขากลับเร็วหน่อยก็พอ
คิดได้ดังนี้ ฉินเสี้ยวหยวนก็คิดว่าแผนนี้ช่างดีเลิศประเสริฐศรี!
จะต้องไปแจ้งทางแผนกฉุกเฉินไว้ก่อน!
คิดแล้วฉินเสี้ยวหยวนก็เดินออกไปที่ระเบียง นั่งยองตรงหน้าต่างแล้วส่องลงไปล่างตึก
อย่าได้ดูคนผิดไปเชียว
โชคดีที่ตึกสวัสดิการเป็นตึกเก่ามีไม่กี่ชั้น ทำให้เห็นชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ล่างตึกได้อย่างชัดเจน
ไม่ใช่เฉินชางแล้วจะเป็นใครได้อีก!
เห็นแล้วฉินเสี้ยวหยวนก็รู้สึกซับซ้อนในใจ
“ใครน่ะ”
ฉินเสี้ยวหยวนเห็นภรรยาตนเดินมานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าต่าง มองส่องไปยังชายผู้เดินเคียงคู