าศดี เธอจึงสวมชุดเดรสที่แสดงส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างหาได้ยากยิ่ง เข้าคู่กับรองเท้าเวดจ์คู่งาม ไม่ใส่เสื้อเชิ้ตตัวหลวมโพรกกับกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบเหมือนเคย
เมื่อเห็นฉินเยว่แต่งตัวเช่นนี้ กระทั่งแม่ของเธอก็ยังอึ้ง! ไหนเลยจะมีอารมณ์ดูหนังอยู่อีก! ในใจร้องตะโกนว่าเรื่องใหญ่แล้ว!
คราวที่แล้วเธอพาฉินเยว่ไปบ้านเพื่อนยังไม่เห็นจะแต่งตัวงามขนาดนี้ วันนี้ถึงขั้นยอมลุกมาแต่งหน้าด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น…ยังสวมชุดสวยๆ แบบนั้นกับรองเท้าเวดจ์ส้นสูงด้วย???
เมื่อมองถึงตรงนี้ แม่ของฉินเยว่ก็ตกตะลึงจนตาค้าง คิดในใจว่า แย่แล้ว
เธอปรายตามองฉินเสี้ยวหยวน ขมวดคิ้วเล็กน้อยส่งสัญญาณบอกว่า: เกิดเรื่องใหญ่กับลูกสาวคุณแล้ว!
ฉินเสี้ยวหยวนจะไม่ทราบได้อย่างไร เขาขยิบตาบอกว่า: ผมรู้แล้ว!
ภรรยายักคิ้วบอกต่อ: ทำไมไม่ไปดูไม่ไปถามหน่อยล่ะคะ
ฉินเสี้ยวหยวนหน้าขรึม: แล้วทำไมคุณไม่ถามล่ะ!
ภรรยาถลึงตาใส่ : ฉันถามคุณว่าทำไมคุณไม่ถาม!
ฉินเสี้ยวหยวนไม่กล้าสู้ ได้แต่ยืดตัวขึ้นมองฉินเยว่ที่กำลังส่องกระจก อดพูดไม่ได้ว่า “เยว่เยว่ จะกินข้าวกลางวันไหมลูก”
ฉินเยว่เดินยิ้มสะพายกระเป๋าใบเล็กมาข้างนอก “พ่อคะแม่คะ หนูไปก่อนนะคะ กลางวันคงไม่ได้กลับมากินข้าวแล้วค่ะ”
ฉินเสี้ยวหยวนรีบถามต่อ “ตอนเย็นล่ะ”
ฉินเยว่ลังเลเล็กน้อย “ยังไม่แน่ใจเลยค่า!”
ฉินเสี้ยวหยวนตกใจจนใจสั่น ตอนเย็นก็ยังไม่แน่ใจ…
“งั้น เยว่เยว่ พรุ่งนี้ต้องทำงาน กลับเร็วๆ ห