ถึงตรงนี้ ดวงตาก็จ้องมองตรงไปที่ฉินเยว่ พูดออกมาด้วยท่าทางไร้เดียงสาว่า “ถ้างั้นทำไมคุณถึงได้ปิดกั้นผมขนาดนี้ล่ะ ผมรู้สึกได้!”
ฉินเยว่ถูกท่าทางหลงตัวเองของอีกฝ่ายทำเอาขำแทบตาย!
คุณไปหาแฟนคลับคลั่งรักของคุณเถอะ ขับรถสปอร์ตวนรอบมหา’ ลัยจะดีกว่าหรือเปล่า
นี่ถึงกับขับมาถึงประตูโรงพยาบาลเพื่อมาแสดงความเสแสร้งเชียว…
ฉินเยว่อดยิ้มไม่ได้ “จางฝาน คุณคิดมากไปหรือเปล่าคะ ฉันไม่จำเป็นต้องปิดกั้นคุณเลย”
ชายคนนั้นมองฉินเยว่ตรงๆ แล้วพูดว่า “คุณพูดเองนะ! พรุ่งนี้เป็นวันสุดสัปดาห์แล้ว ผมได้ยินคุณอาบอกว่าคุณไม่ต้องทำงาน ไปด้วยกันนะ…”
ยิ่งพูดชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกกระตือรือร้น
ฉินเยว่ไม่อยากพัวพันกับเขาจริงๆ เธอคิดว่าแผลบนใบหน้าเขาคงถูกสาวน้อยข่วนมาสินะ
เธอกับจางฝานรู้จักกันตั้งแต่เด็ก พ่อของเขาทำบริษัทยา ครอบครัวร่ำรวยมาก ทำธุรกิจกับโรงพยาบาลอันดับสองมาตลอด ดังนั้นทุกปีใหม่หรือเทศกาลก็จะมาเยี่ยมหาบ่อยๆ แต่จางฝานคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร เพื่อนของฉินเยว่เคยพูดกับเธอแล้วว่าให้อยู่ห่างเขาสักหน่อย
ฉินเยว่เห็นเขากระตือรือร้นขนาดนี้ก็พูดไปตามตรงว่า “เอาละ จางฝาน แผลหายแล้วลืมความเจ็บปวดหรือไงคะ ทำไมไปทำร้ายจิตใจสาวน้อยจนถูกข่วนแบบนี้ได้ล่ะคะ”
จางฝานเห็นฉินเยว่ถามเช่นนี้ก็อดพูดไม่ได้ว่า “เสี่ยวเยว่ คุณอย่าฟังคำพูดไร้สาระของคนอื่นนะ คนพวกนั้นอยากให้ผมมีเรื่อง ตอนนี้ผมพยายามทำงานอยู่ ฉินเยว่ พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปดูบริษ