ัทของผม เป็นบริษัทสื่อบันเทิงสมัยใหม่…”
ฉินเยว่รีบหยุดไว้ทันที “พอๆๆ ฉันต้องเตรียมตัวสอบ ไม่มีเวลาไปดูบริษัทคุณหรอกค่ะ”
เดิมทีฉินเยว่ก็มีนิสัยตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ไม่ชอบทำเป็นเล่น เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ของจางฝาน ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “อีกอย่าง ถ้าฉันจะหาแฟนก็จะหาคนที่ทำอาชีพเดียวกัน หรือคนที่เรียนหมอ คุณอย่าคิดเพ้อเจ้อไปเลยค่ะ”
พูดจบฉินเยว่ก็ล้างมือ “นอกจากนี้แผลที่หน้าของคุณก็ไม่ต้องเปลี่ยนยาทุกวัน แล้วฝีมือของฉันก็มีจำกัด คุณไปให้หมอเฉินทำให้เถอะ คนที่ผ่าตัดให้คุณน่ะ คุณจะมาหาฉันทำไมคะ”
เฉินชางที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกได้ยินดังนั้นก็ปลื้มปริ่มเหมือนกับได้กินน้ำผึ้ง!
ไม่สิๆ! ไม่ถูก!
จะพูดให้ถูกก็คือตอนนี้เฉินชางเหมือนผู้ป่วยน้ำตาลในเลือดต่ำที่จู่ๆ ก็ได้ยินคำพูดหวานหยดย้อยรัวๆ จนกระตุ้นค่าน้ำตาลในเลือดให้เพิ่มสูงขึ้น!
สบายไปทั้งตัว!
ขณะที่เฉินชางกำลังจะหมุนตัวเดินจากไปด้วยความพึงพอใจนั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังแว่วมาจากข้างในว่า
“จางฝาน ทำอะไรน่ะ! ปล่อยฉันนะ!”
เสียงของฉินเยว่ดังแผ่วออกมา
จางฝานดึงแขนฉินเยว่เอาไว้ “เสี่ยวเยว่ พวกเรารู้จักกันมานานแล้ว ผม…ชอบคุณจริงๆ นะ! จริงๆ นะ แต่คุณไม่ให้โอกาสผมเลย ผม…”
เฉินชางสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารีบพุ่งตัวเข้าไป อยากจะซัดหน้าจางฝานจริงๆ
แต่เมื่อเข้าไปแล้วก็พบว่าจางฝานล้มอยู่บนพื้น หลับตาปี๋ ส่วนฉินเยว่กำลังสะบัดแขน
ดูเหมือน…หมัดนี้ จะทำให้ม