เฉินปิ่งเซิงส่ายหน้า “อืม หลายปีมานี้เขาทำงานหย่อนยานไปมากจริงๆ แม้แต่ผมก็ทนดูไม่ไหว เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงหรอก แต่ว่า…อยู่ดีๆ แผนกฉุกเฉินก็มีคนตายจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย เรื่องนี้ใครจะคาดเดาได้ล่ะครับ แล้วยังไปอาการกำเริบในห้องน้ำอีก”
“เฮ้อ ช่างเถอะ ผมไม่ได้จะว่าคุณ ผมแค่อยากจะบอกคุณว่า ต่อไปคุณต้องระวังตัวหน่อย อย่าได้ทำผิดซ้ำรอยเหยียนหมิง อะไรที่ควรต้องมีการเซ็นชื่อก็ห้ามขาดแม้แต่ใบเดียว อะไรที่ควรเอาเข้ากระบวนการก็ห้ามลัดขั้นตอน นี้เป็นสิ่งที่จะปกป้องคุณ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฉินปิ่งเซิงก็มีสีหน้าเคร่งขรึมลง ที่เขาเข้ามาไม่ใช่เพราะต้องการสั่งสอนเฉินชาง แต่อยากใช้เรื่องนี้ทำให้เฉินชางได้สติ!
อันที่จริงเรื่องเมื่อคืนก็ไม่น่าพูดถึง เพราะอย่างไรสาเหตุสำคัญก็เกี่ยวข้องกับญาติผู้ป่วย
แต่!
เรื่องที่เฉินชางทำในระยะนี้ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ค่อยวางใจ! โดยเฉพาะการผ่าตัดในห้องฉุกเฉินเมื่อวานนี้ เมื่อเฉินปิ่งเซิงรู้เรื่องก็ตกใจแทบตาย
“ผมได้ยินเรื่องของคุณในระยะนี้มาไม่น้อย คุณผ่าตัดในห้องฉุกเฉินโดยไม่ได้เชิญหัวหน้าแผนกมาด้วยซ้ำ โชคดีที่ไม่มีปัญหาอะไร หากเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ คุณจะรับผิดชอบไหวหรือ ถ้าไม่ใช่ว่าหัวหน้าแผนกปกป้องคุณนะ! คุณต้องระวังให้ดี!
ที่ผมพูดเรื่องเหยียนหมิงกับคุณในวันนี้ไม่ใช่เพราะต้องการสั่งสอนคุณ และไม่ได้อยากให้คุณสงสารเหยียนหมิง แต่ผมอยากจะบอกคุณว่า อย่าได้ทำตัวเป็นวีรบุ