ัวใจมาได้แล้ว
เหยียนหมิงเห็นเฉินชางเหนื่อยจนทนไม่ไหวก็อดพูดไม่ได้ว่า “เดี๋ยวผมทำเอง คุณพักสักครู่เถอะ”
ดวงตาทั้งสองของเฉินชางแดงก่ำ การกู้ชีพดำเนินไปสิบกว่านาทีแล้วแต่ผู้ป่วยก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด เฉินชางไม่สบายใจจริงๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของเหยียนหมิง เฉินชางก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้น ยังคงกดหน้าอกผู้ป่วยต่อไป มีเพียงประโยคเดียวที่ถูกกล่าวออกมาพร้อมความโกรธเกรี้ยว!
“ไสหัวไปซะ!”
คำพูดประโยคเดียวที่แฝงเร้นไปด้วยความไม่พอใจทั้งหมดของเฉินชาง คำพูดเพียงประโยคเดียวที่แฝงไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจทั้งหมดของเฉินชาง
โธ่เว้ย คุณเป็นหมอนะ หมอแผนกฉุกเฉิน!
รู้จักอายบ้างหรือเปล่า
รู้จักความรับผิดชอบบ้างหรือเปล่า
ตอนนี้ฉางลี่น่าหยิบประวัติผู้ป่วยเข้ามา
“ผู้ป่วยเพศชาย อายุหกสิบสองปี มีอาการเจ็บหน้าอกหนึ่งชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้ว ST-T มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ตรวจเลือด cTn[2] แล้วพบว่าปกติ ผู้ป่วยมีประวัติความดันโลหิตสูง อาการเจ็บหน้าอกในครั้งนี้ถูกพิจารณาว่ามีโอกาสเป็นโรคในกลุ่มอาการหลอดเลือดหัวใจตีบมากที่สุด”
เฉินชางและจ้าวเจี้ยนไห่อดสบตากันไม่ได้
ชายชราเพศชาย มีอาการเจ็บหน้าอก สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาควรเป็นอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย นี่เป็นแนวคิดของแผนกฉุกเฉินที่ปกติมาก
ผู้ป่วยมาแอดมิดนอนในโรงพยาบาลเพราะกังวลว่าจะเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน แม้ค่า cTn จะเป็นปกติ แต่ก็ยังไม่อาจตัดความเป็นไปได้