ิ่งเซิงทำเรื่องแบบนี้ได้ไม่เลวเลยทีเดียว ข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดของผู้ป่วยของเขา เขาก็เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง นี่ไม่ใช่เพราะเหล่าเฉินมีพรสวรรค์อ่านผ่านตาไม่ลืมเลือน แต่เป็นเพราะเขาใส่ใจและจริงจังกับผู้ป่วยมาก ไม่ว่าจะปรากฏสัญญาณใดออกมาให้เห็นเขาก็จะนำมันไปคิดวิเคราะห์อยู่นาน ดังนั้นจึงใช้วิธีการเช่นนี้ฝึกฝนจนเกิดเป็นนิสัย
เฉินชางก็เรียนรู้นิสัยและความเคยชินเช่นนี้มาจากเหล่าเฉิน
หลังจากยุ่งวุ่นวายกับราวด์วอร์ดอยู่รอบหนึ่ง เวลาก็ผ่านไปจนเกือบสี่ทุ่มแล้ว
เฉินชางที่กำลังจะกลับไปยังห้องพักหมอเห็นเหยียนหมิงถือกระติกน้ำร้อนยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล เขากำลังพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับพยาบาลน้อยอย่างสุขี มีฉางลี่น่ายืนทำงานอยู่ข้างๆ
เฉินชางไม่อยากสนใจ แต่เมื่อคิดถึงตอนที่ไปตรวจเยี่ยมผู้ป่วยเมื่อครู่นี้ พบว่ามีผู้ป่วยเตียงหนึ่งเพิ่งจะเกิดอาการหัวใจวายในช่วงวันนี้ จึงอดเตือนไม่ได้ว่า
“อาจารย์เหยียน คุณระวังผู้ป่วยเตียงสิบสามหน่อยนะครับ เขาเพิ่งแอดมิดวันนี้เพราะหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน อย่าออกไปทำธุระที่ไหนนะครับ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินชาง เหยียนหมิงก็ยิ้มบางๆ จากนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย “ได้เลยเสี่ยวเฉิน อีกเดี๋ยวผมจะไปดู”
พูดจบก็ยังคงคุยกับพยาบาลน้อยอย่างสบายอุราต่อไป
เฉินชางส่ายหน้าก่อนจะเดินไปยังห้องพักหมอ
ไม่กล่าวไม่ได้ว่าชายเช่นเหยียนหมิงนี้ หากตัดเรื่องอาชีพและสิ่งอื่นๆ ทิ้งไป เขาก็มีหน้าตา