แต่ละทักษะหากไม่ใช่ระดับสูงก็เป็นระดับปรมาจารย์ เฉินชางก็รู้สึกตัวพอง
สิ่งเดียวที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ก็คือเขาเป็นเวรดึกในคืนนี้ จึงไปโอ้อวดที่โรงพยาบาลตงต้าไม่ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็รู้สึกว่าอดทนไว้ก่อนจะดีกว่า
ใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว เฉินชางเห็นเงาคนอันคุ้นเคยโดยไม่ได้ตั้งใจ ทันใดนั้นหัวใจก็เต้นตึกตัก
โอ้โห!
ทำไมเป็นเขาไปได้
ใช่แล้ว คืนนี้เฉินชางอยู่เวรดึกด้วยกันกับหมอเหยียนหมิง
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินชางก็กระวนกระวายใจจนทนไม่ไหว ในแผนกฉุกเฉินมีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งที่จริงมาก นั่นก็คือ ไม่กลัวคู่ต่อสู้ระดับเทพ แต่กลัวเพื่อนร่วมทีมกากๆ
เมื่อเจอเหยียนหมิง เฉินชางก็อยากด่าไปถึงบรรพบุรุษจริงๆ
แต่ก็…ช่างมันเถอะ! สงบใจไว้ก่อนค่อยว่ากันเถอะ หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ใส่ใจให้มาก
อันที่จริงเฉินชางไม่ได้มีอคติอะไรกับเหยียนหมิง แต่หมอคนนี้ไม่มีความรับผิดชอบจริงๆ…
ม่านราตรีค่อยๆ แผ่ขยาย เฉินชางสั่งอาหารมากิน จากนั้นก็เริ่มราวด์วอร์ด (เดินตรวจเยี่ยมผู้ป่วยตามห้อง)
นี่เป็นนิสัยที่เฉินปิ่งเซิงสั่งสอนให้เฉินชาง เมื่อใดก็ตามที่คุณอยู่เวรดึก ก่อนจะทำงานคุณต้องทำความเข้าใจผู้ป่วยของคุณให้มากพอเสียก่อน จะต้องทำได้ถึงระดับรู้แจ้งแจ่มชัด! เพราะหากทำได้เช่นนี้ ต่อให้เกิดเหตุการณ์พิเศษอะไรขึ้นก็จะจัดการได้ทันเวลา ยิ่งไปกว่านั้น จะต้องพูดคุยกับผู้ป่วยให้มากหน่อย เพราะพวกเขาไม่เข้าใจเรื่องอาการป่วย
เฉินป