“ผมบังเอิญผ่านมา และคิดว่าคุณน่าจะอยู่ที่นี่ ก็เลยแวะมา”
เวินสือเหนียนทำราวกับเขาไม่ได้จองตั๋วเครื่องบินมาที่นี่เป็นการเฉพาะ มองเฝ่ยไป๋ลู่ก่อนเอ่ยขึ้น “ไม่ทราบว่าคุณเฝ่ยพอจะมีเวลาว่างหรือเปล่าครับ ผมจองโต๊ะไว้ที่ภัตตาคารจื๋อติ่ง เพื่อจะเลี้ยงอาหารคุณเป็นการขอบคุณ”
จิตใจของเฝ่ยไป๋ลู่หวั่นไหวเล็กน้อย
ภัตตาคารจื๋อติ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่นับร้อยปีและมีชื่อเสียงในเมืองเจียง บางคนแม้มีเงิน ก็ยังจองคิวไม่ได้เลย
ได้ยินมาว่าอาหารที่นี่มีเลิศรสมาก บรรพบุรุษของเชฟเป็นถึงเชฟหลวงในวัง
น่าเสียดาย เธอวางแผนจะไปพบหวังซินที่โรงพยาบาล…
เมื่อเวินสือเหนียนเห็นเธอลังเล มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย แต่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขากล่าว “ไม่ต้องรีบครับ คุณไปทำธุระก่อนเถอะ หรือจะไปด้วยกันก็ได้นะ?”
“ดีเลยค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “คุณนี่เป็นคนดีจริง ๆ”
เจี่ยนต๋าเช่าก้มศีรษะลงเล็กน้อย เขากลัวว่าจะเผยสีหน้าที่แท้จริงของตัวเองออกมา
ผู้คนต่างมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับคุณชายสามเวิน และแน่นอนว่าไม่มีใครมองว่าเขาเป็นคนดี
แต่เฝ่ยไปลู่กลับบอกว่าคุณชายสามเป็นคนดี
คุณชายเนี่ยนะ เป็นคนดี?
คงมีเพียงคุณเฝ่ยคนเดียวที่คิดแบบนั้นน่ะสิ!
“…สถานการณ์ค่อนข้างร้ายแรง อาการหวังซินของเรายังไม่ดีขึ้น…ใช่ ใช่ ใช่ ค่าเสียหายจะจ่ายให้กับบัญชีของคุณตรงเวลา…” ตัวแทนนักแสดงพยักหน้า คุยโทรศัพท์ด้วยท่าทีถ่อมตัว
ทว่าหลังจากว