างสายโทรศัพท์ เขาก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านนอกห้องพักผู้ป่วย และทึ้งผมอย่างฉุนเฉียว “ค่าชดเชยความเสียหายตั้งหลายล้าน ถ้าหวังซินไม่ตื่นขึ้นมา แล้วใครจะเป็นคนจ่ายเล่า? ไหนจะเส้นสายบ้าบอนั่นอีก! ฉันปลุกเธอขึ้นมาเลยคอยดู”
เพื่อนนอกวงการของหวังซินเหรอ?
สายตาของเฝ่ยไป๋ลู่ที่เพิ่งมาถึงโรงพยาบาลพลันเข้มขึ้น
หรือพวกเขาจะมาฆ่าคนที่นี่เพื่อปิดปาก?
ด้วยเกรงว่าจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของหานซุ่นเซิง หญิงสาวจึงก้มลงบอกเวินสือเหนียนว่า “อย่าเพิ่งเข้าไปค่ะ ระวังไว้ก่อนดีกว่า” ว่าจบ ไป๋ลู่ก็ก้าวรุดไปข้างหน้า
ประตูและหน้าต่างห้องผู้ป่วยปิดสนิทราวกับว่ามีคนลงกลอนจากด้านใน ทั้งยังมีกลิ่นเลือดจาง ๆ โชยมา
“ไม่ได้การแล้ว!” เฝ่ยไป๋ลู่ตวัดปลายนิ้ว ซัดไปทางประตู กลิ่นอายพลังของผนึกพลันแตกออกพร้อมกับตัวล็อก
ผู้จัดการตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และเมื่อเขาตั้งสติได้ ก็ตะโกนขึ้นทันทีว่า “คุณเป็นใคร ถ้าคุณกล้าก่อเรื่อง ผมจะโทรเรียกรปภ.!”
ดวงตาของเวินสือเหนียนพลันฉายประกายเย็นวาบ
ชายหนุ่มยกมือขึ้นชี้ไปที่ผู้จัดการของหวังซิน พร้อมเอ่ยว่า “พาเขาออกไป”
เจี่ยนต๋าเช่าเข้าใจทันที เขาก้าวเข้าไปท่ามกลางทีมงานนักแสดงที่พยายามสกัดกั้น
เฝ่ยไป๋ลู่มองเวินสือเหนียนด้วยท่าทางขอบคุณ สถานการณ์ภายในไม่เหมาะสำหรับคนธรรมดาที่จะเข้ามา
เธอผลักประตูเปิดโดยไม่รอช้า และก็เห็นชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำยืนอยู่หน้าเตียงของหวังซิน
“คุณนั่นเอง!” เฝ่ยไป๋