อด) ของซย่าเกาเฟิง หลังจากเรียนจบปริญญาโทแล้วซย่าเกาเฟิงก็ให้เขาอยู่ต่อ จากนั้นก็ให้เขาถือโอกาสเรียนปริญญาเอกกับตน ตอนนี้ก็กลายเป็นกระดูกสันหลังของแผนกไปแล้ว
เก่อฮว๋ายเก่งมาก และทำให้ซย่าเกาเฟิงพอใจมาก เพียงแต่นิสัยดูไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่เท่าไหร่นัก ตอนนี้เมื่อได้เห็นเฉินชางแล้ว ซย่าเกาเฟิงก็ยิ่งรังเกียจศิษย์คนโตของตน
เขาอยากจะถามเมิ่งซีจริงๆ ว่าเปลี่ยนนักเรียนกันได้หรือเปล่า เอาเก่อฮว๋ายไปให้เธอได้ไหม เอาเฉินชางมาให้ผมได้ไหม
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวหน้าซย่าก็รีบส่ายหัว ไม่กล้าคิดเช่นนี้อีกต่อไป
……
……
เฉินชางรู้สึกจนใจจริงๆ และรู้สึกอับจนคำพูดด้วย…
เมื่อเห็นผู้ชมทั้งสามที่อยู่ด้านหน้า ไม่สิ…ตอนนี้มีสี่คนแล้ว มีมากกว่าเมื่อวานคนหนึ่ง
เฉียนเลี่ยงเห็นเฉินชางเมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ พอเห็นแล้วก็รีบเข้ามาร่วมชมดูความครึกครื้นนี้ทันที!
ดูผมผ่าตัดมันมีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอครับ
ซย่าเกาเฟิงและเฉียนเลี่ยงยืนคุยยืนยิ้มกันอยู่ตรงนั้น ดูเฉินชางผ่าตัดด้วยสีหน้าคล้ายกำลังดูเรื่องสนุก บางครั้งก็ชี้มือชี้ไม้ ทำเอาเฉินชางแทบอยากจะขว้างแหนบจับหัวใจใส่หน้าพวกเขาเลยทีเดียว
ยิ้มอะไรกัน!
ไม่เคยเห็นมือใหม่กันเหรอ
เก่อฮว๋ายแสดงความคิดเห็นอย่างพึงพอใจ “เสี่ยวเฉิน ไม่เลว ดีกว่าครั้งที่แล้วมากเลยครับ ครั้งนี้ตอนกรีดถุงเยื่อหุ้มหัวใจคุณลงมีดเพียงสองครั้งครึ่งเอง! อืม เก่งกว่าครั้งที่แล้วมากเลย พยายามต่อไปนะครับ”
เฉิน