่าง พี่เป้ายังเป็นงูดินเจ้าถิ่น ผู้เชี่ยวชาญอย่างเขาจะต้องรู้อะไรมากกว่าพี่สามแน่นอน ให้เขาไปสืบยังปลอดภัยกว่าให้พี่สามไปทำด้วยขอรับ”
เย่อวี๋หรานชำเลืองมองจูอู่ รู้สึกว่าตนเองมองข้ามลูกชายคนนี้ไปเสียแล้ว
แต่ก็ไม่แปลก เขาอายุแค่สิบกว่าปีเท่านั้นเอง ถ้าเป็นยุคปัจจุบันก็แค่วัยมัธยมต้น
แม้ตอนนี้จะแต่งภรรยาแล้ว แต่เย่อวี๋หรานก็มักจะมองเขาเป็นเด็กคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ยามนี้จึงตระหนักว่า ‘คนโบราณวุฒิภาวะสุกงอมเร็ว’ คำกล่าวนี้คงไม่ใช่แค่กล่าวกันเล่น ๆ คนจนมักเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไว ยิ่งเป็นคนจนในยุคนี้ เขาก็ต้อง…
“ดี เรื่องนี้ยกให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน” เย่อวี๋หรานมอบหมายเรื่องนี้ให้จูอู่ไปจัดการ
จูอู่ตกตะลึง “หา! ท่านแม่จะให้ข้า ให้ข้า…ไปคุยกับพี่เป้าเองหรือขอรับ?”
เย่อวี๋หรานกล่าวโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง “ใช่แล้ว นี่เป็นความคิดของเจ้าก็ต้องให้เจ้าเป็นคนไป หรือจะให้ข้าไป? เรื่องหางานรับจ้างคราวก่อนเจ้าก็จัดการได้ดีไม่ใช่หรือ? ข้าเชื่อว่าเรื่องนี้เจ้าก็สามารถทำออกมาได้ดีเหมือนกัน”
ตอนที่จูอู่ออกมานอกเรือนยังใจลอยอยู่บ้าง
ท่านแม่ให้เขาไปจัดการเรื่องนี้จริง ๆ?!
เป็นไปได้หรือ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เหมือนงานรับจ้างพวกนั้นนะ ทำสำเร็จก็ดี ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี ครอบครัวเขาก็จะเดือดร้อนนะ!
หัวใจจูอู่เต้นรัว บอกไม่ถูกว่านั่นคือความกลัวหรือความตื่นเต้นกันแน่ แต่เอาเป็นว่าประห