ูตินรีเวช
อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องผู้ป่วยแผนกสูตินรีเวช จางเยียนพูดขึ้นว่า “หัวหน้า รองหัวหน้าแผนกศัลยกรรมทรวงอกของโรงพยาบาลตงต้าใกล้จะมาถึงแล้ว…รอก่อนดีไหมคะ”
จางจิ้นเฟิงเอาแต่จับจ้องไปยังภาพที่ปรากฏบนจออัลตร้าซาวด์และสัญญาณแต่ละอย่างที่ปรากฏให้เห็นโดยไม่พูดไม่จา
ไม่ถึงสามนาทีเฉินชางก็วิ่งเข้ามา “หัวหน้า”
จางจิ้นเฟิงเห็นเฉินชางเข้ามาแล้วก็รีบพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเฉิน คุณรีบมาดูเร็วเข้า สภาพครรภ์เป็นแบบนี้ค่ะ คุณดูหน่อยว่ามั่นใจหรือเปล่า!”
เฉินชางพยักหน้า รีบเดินไปดูที่เครื่องอัลตร้าซาวด์ เขาจ้องมองอย่างละเอียดสองนาทีจากนั้นจึงใคร่ครวญอย่างจริงจัง ผ่านไปครู่หนึ่งค่อยเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “น่าจะไม่มีปัญหาครับ”
เมื่อเขาพูดเช่นนี้ออกมา ทุกคนที่อยู่รอบๆ พลันตกตะลึง
สือฉีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จะไม่มีปัญหาได้อย่างไร
สือฉีขมวดคิ้ว “เสี่ยวเฉิน คุณต้องรอบคอบหน่อยนะครับ”
เฉินชางเงยหน้ามองสือฉี พูดยิ้มๆ ว่า “ขอบคุณหัวหน้าสือที่ใส่ใจนะครับ”
สือฉีชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกพูดอะไรไม่ออก
ผมไปใส่ใจคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
สือฉีส่ายหน้า “พิจารณาจากอาการของผู้ป่วยแล้ว การเจาะแบบนี้ผมเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก ถ้าไม่ระวังจะทำให้ปอดและหัวใจของทารกในครรภ์เสียหาย ควบคุมได้ยากมาก!”
เฉินชางมองไปทางจางจิ้นเฟิงโดยไม่สนใจสือฉีอีก “หัวหน้าจาง มีแผนการรักษาอื่นไหมครับ”
จางจิ้นเฟิงส่ายหน้าก่อนทอดถอนใจครั้งหนึ่ง มองไปทา