นว่ารู้จักฟู่จื้อฮุ่ยแผนกประสาทวิทยา ก่อนหน้านี้เคยเรียกตนให้ไปร่วมวินิจฉัยโรคที่แผนก
“อ๋อ ครับ! อาจารย์เสี่ยวฟู่ สวัสดีครับ สวัสดี” ถ้าเฉินชางไม่อยากหมุนเวียนไปประจำแผนกต่างๆ ก็ต้องผูกมิตรกับคนของศูนย์ฝึกอบรมไว้
ถึงอย่างไรเสียเวลาเกิดปัญหาขึ้นมาติดต่อหัวหน้าระดับสูงก็ยังไม่สู้ติดต่อกับบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบส่วนนี้โดยตรง จะรบกวนหัวหน้ากับผู้อำนวยการโรงพยาบาลตลอดไม่ได้หรอก
ฟู่จื้อฮุ่ยหัวเราะ “พอๆ หมอเฉิน คุณไม่ต้องเรียกฉันว่าอาจารย์เสี่ยวฟู่แล้ว เราอยู่หน่วยงานเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้น”
เฉินชางยิ้มแห้ง “รู้จักคนมีอำนาจทำอะไรก็ราบรื่น ผมควรผูกมิตรกับคุณไว้ อาจารย์ฟู่ คุณต้องให้โอกาสนี้กับผมนะ”
ฟู่จื้อฮุ่ยเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลอันดับสองก่อนเฉินชางไม่กี่ปี เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยา แต่ปัจจุบันนี้สามีของเธอเป็นกำลังสำคัญของแผนกศัลยกรรมกระดูก
ดังนั้นเพื่อลูกเพื่อครอบครัว หลังจากที่ทั้งสองได้ปรึกษาหารือกันแล้ว ฟู่จื้อฮุ่ยตัดสินใจย้ายไปอยู่ในหน่วยงานบริหารองค์กร แล้วทางโรงพยาบาลเพิ่งมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมพอดี เธอก็เลยโยกย้ายมาดูแลในส่วนนี้
ถึงอย่างไรเสียคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน อายุไม่ต่างกันมาก ดังนั้นทั้งสองคนก็พูดคุยกันค่อนข้างเป็นกันเอง
ฟู่จื้อฮุ่ยกล่าวว่า “หมอเฉิน ฉันโทรมาหาคุณเพราะมีเรื่องสำคัญ สัปดาห์หน้าต้องฝึกอบรบทักษะขั้นพื้นฐานแล้วไม่ใช่หรือ ฉันติดต่อกับทาง