ำธารไปทางทิศตะวันตก อย่าดูหมิ่นคนตกอับ’ คำกล่าวนี้กล่าวไว้ได้ดีมาก!
คุณนี่มันจริงๆ เลยนะ แค่พริบตาเดียวก็ลืมกันไปแล้ว
เฉินชางรีบกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ “ใช่ครับๆ! ผมคือคนๆ นั้น เอ่อ…อาจารย์เก่อครับ อาจารย์เมิ่งไม่อยู่หรือครับ”
เก่อฮว๋ายหันมามองเฉินชาง “อ้อ อยู่ที่ห้องผ่าตัดน่ะครับ คุณจะรอเธอที่นี่หรือจะไปหาเธอที่ห้องผ่าตัดก็ได้ครับ”
เฉินชางคิดไปคิดมา สุดท้ายยังคงตัดสินใจว่ารอที่ห้องทำงานก็แล้วกัน
เพราะถึงอย่างไรเสีย ห้องผ่าตัดก็ไม่ใช่ห้องที่จะเดินเข้าออกได้ตามอำเภอใจ ถ้าไม่ใช่เพราะถานจงหลินมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลอันดับสองบ่อยๆ ก็คงไม่สิทธิ์เดินเข้าออกห้องผ่าตัดตามอำเภอใจเช่นนี้ได้
ส่วนเฉินชางไม่ได้เป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักในโรงพยาบาลตงต้า…คงไม่มีใครยอมปล่อยให้คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเขาเดินเข้าไปในห้องผ่าตัดแน่
เฉินชางว่างจนรู้สึกเบื่อก็เลยหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดู หลังจากรอไปได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง เวลาราวหกโมงเย็น เมิ่งซีก็กลับเข้ามาที่ห้องทำงานแล้ว
เฉินชางรีบลุกขึ้นทันที “สวัสดีครับอาจารย์เมิ่ง!”
เมิ่งซีมองเฉินชาง ดึงหน้ากากอนามัยลง พยักหน้าเล็กน้อย หลังจากที่นั่งลงแล้วก็เหยียดยืดขาทั้งสองข้างแล้วจึงจัดท่านั่งให้สบาย
ผ่าตัดสามเคสติดต่อกันตลอดช่วงบ่าย เป็นอะไรที่ค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยมากจริงๆ
“นั่งลงเถอะ”
เฉินชางพยักหน้าพร้อมกล่าวขอบคุณ
ตอนนี้เป็นเวลาใกล้เลิกงานแล้ว ผู้คนจึงไม่ค่