มี่เกรงว่าพวกตนจะเล่าได้ไม่ชัดเจน จึงบอกให้จูอู่เป็นคนถาม
จูอู่ยังไม่ได้อ้าปากถามก็ได้ยินเสียงท้องใครบางคนดังขึ้นมา
โครกคราก…
จูอู่ประหลาดใจ “พวกเจ้ายังไม่ได้กินข้าว? ตอนเดินทางมาก็ไม่รู้จักซื้ออะไรกินหน่อยรึ?”
จูกู่กับจูหมี่มีสีหน้าลำบากใจ “พวกข้ารีบกลับมาจึงลืมไปเสียสนิท”
“พวกเจ้านี่น้า…” จูอู่กล่าวเป็นเชิงซาบซึ้งและตำหนิ “จริง ๆ เลย ทำไมโง่แบบนี้? ตัวเองกลับมาไม่ได้ก็ไม่รู้จักไปฝากคำพูดไว้กับพวกพี่เป้า? เมื่อกี้พวกเจ้ายังพูดว่าพี่เป้าทำการค้ากับพวกข้าไม่ใช่รึ พวกเจ้าไปฝากเรื่องเอาไว้ เขาจะต้องเอามาบอกต่อพวกข้าแน่นอน”
จูกู่กับจูหมี่อึก ๆ อัก ๆ ไม่กล้าพูดออกมา
เพราะว่าพวกเขาอยากสร้างความชอบ
จูอู่ดูแลพวกเขาดีเช่นนี้ พวกเขาก็อยากตอบแทนบุญคุณ จึงอยากทำเรื่องที่มีประโยชน์บ้าง สองฝ่ายจะได้ใกล้ชิดกันกว่าเดิม
ขณะที่เรื่องนี้ก็เป็นโอกาสอันดีในความคิดของพวกเขา
จูอู่พอจะเดาได้ แต่ไม่ได้เปิดโปง
“คราวหน้าอย่าทำอะไรโง่ ๆ แบบนี้อีก เอาล่ะ ในเมื่อพวกเจ้ายังไม่ได้กินข้าวก็เข้ามากินอะไรในเรือนก่อนเถอะ ข้าจะทำแป้งกรอบให้พวกเจ้า”
จูอู่เชิญพวกเขาเข้ามาในเรือน
จูกู่กับจูหมี่เกรงใจ “ไม่ดีกว่า…พี่ห้า ไม่เหมาะสม”
“มีอะไรเหมาะสมไม่เหมาะสม? ทำไมล่ะ พวกเจ้าไม่เห็นข้าเป็นพี่ชายงั้นรึ? แค่เรียกข้าว่าพี่ห้าไปอย่างนั้น แต่ไม่ได้คิดว่าข้าเป็นพี่จริง ๆ?” จูอู่ย่อมไม่พลาดโอกาสซื้อใจอีกฝ่ายอยู่แล้ว เขาเปิดประตูเรือ