นให้ทั้งสองคนเข้ามา
เขาบอกให้ทั้งคู่เบาเสียง คนอื่น ๆ เข้านอนกันหมดแล้ว ไม่รบกวนพวกเขาจะดีกว่า
บอกให้ทั้งสองคนนั่งลงในครัว เทน้ำเปล่าให้พวกเขา
“จุดไฟให้ข้าที ข้าขอดูก่อนว่าในครัวมีของกินอะไรบ้าง…” จูอู่พูด
จูกู่กับจูหมี่นั่งลงบนตั่งหน้าเตาอย่างเชื่อฟัง แล้วลอบมองไปทั่วห้องครัวของสกุลจู
พวกเขาเพิ่งเคยเข้ามาในห้องครัวของสกุลจูเป็นครั้งแรก ดูไปแล้วก็เพียงกว้างกว่าห้องครัวที่เรือนพวกตนเล็กน้อย คล้ายจะไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ
ยามนั้น จูซื่อตื่นขึ้นมากลางดึก พอเห็นแสงไฟในห้องครัวก็วิ่งมาทางนี้
“เอ๊ะ? เสี่ยวกู่ เสี่ยวหมี่ มาได้อย่างไร? พวกเจ้าทำงานในตำบลไม่ใช่รึ?” จูซื่อค่อนข้างประหลาดใจ เห็นจูอู่กำลังคุ้ยหาอะไรในตู้ก็ถามอย่างสงสัย “เจ้าห้า เจ้าค้นตู้ทำไม?”
จูกู่กับจูหมี่ดีดร่างลุกขึ้นมา ท่าทางประดักประเดิด
“เสี่ยวกู่กับเสี่ยวหมี่มาส่งข่าว เรื่องอาหญิงรองถูกปลดมีเบาะแสแล้ว” จูอู่ยิ้ม “พวกเขาซื่อบื้อ คิดแต่จะมาส่งข่าว แม้แต่ข้าวก็ยังไม่กิน หิวจนท้องร้องโครกครากแล้ว ข้าว่าจะทำอะไรให้พวกเขากินสักหน่อย…”
“มีเบาะแสก็ดีแล้ว ขอบใจพวกเจ้ามาก นั่งลงก่อน อีกไม่นานของกินก็เสร็จแล้ว” จูซื่อบอกให้พวกเขานั่งลงแล้วหันไปถามจูอู่ว่าหาของกินได้หรือยัง
จูอู่ส่ายหน้า “ไม่มี เก็บกวาดสะอาดหมดจดยิ่ง…”
“ต้องสะอาดอยู่แล้วสิ ใครเขาเอาของกินไว้ในครัวบ้าง? พรุ่งนี้เป็นเวรพี่สะใภ้ทำอาหาร สิ่งของคงอยู่ในห้องพี่สะใภ้ใหญ่”