จูซื่อพูด “แต่ตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่คงนอนแล้ว พวกเราไม่รบกวนนางดีกว่า เมียข้าดูแลเรื่องขายอาหาร ที่นางก็มีของกินเหมือนกัน เดี๋ยวข้าไปเอามาให้”
“อย่างนั้นก็รบกวนท่านแล้ว พี่สี่”
“คนกันเองทั้งนั้นจะพูดจาเกรงใจไปทำไม รอก่อน ต้มน้ำรอไว้เลย อย่างอื่นไม่ต้อง รอข้ากลับมา…” จูซื่อเดินออกไปพลางบ่นว่า “ฝีมือทำอาหารของเจ้าสู้ข้าไม่ได้ อย่าทำเลย เดี๋ยวข้าก็กลับมาแล้ว คนเขาดั้นด้นมาแต่ไกลก็ต้องหาของอร่อยให้กินสิ”
จูอู่มองเงาหลังพี่สี่ของตนเอง รอยยิ้มบนใบหน้าฉายแววอ่อนใจ
เขากล่าวกับจูกู่และจูหมี่ว่า “เห็นไหม พี่ห้าผู้กล้าไม่ธรรมดาของพวกเจ้า ในสายตาพี่สี่กลับเป็นแค่เด็กอมมือที่แม้แต่กับข้าวก็ยังทำไม่เป็น”
“เฮอะ ๆๆ…” จูกู่กับจูหมี่ถูกสัพยอกจนหัวเราะออกมาเสียงเบา “นั่นเป็นเพราะพี่สี่เป็นห่วงท่าน กลัวท่านจะลำบากต่างหาก ผู้ชายชนบทอย่างพวกเรามีใครทำกับข้าวไม่เป็นบ้าง ก็แค่ทำได้ไม่อร่อยหน่อยก็เท่านั้นแหละ”
จูอู่นั่งลงจุดไฟไปกับพวกเขาแล้วเอ่ยว่า “นั่นก็ไม่แน่หรอก ข้าบอกพวกเจ้าก็ได้ว่าพวกเจ้ามีลาภปากแล้ว ฝีมือทำอาหารของพี่สี่ดีอย่าบอกใครเชียว เขามีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารยิ่ง เก่งกว่าพวกพี่สะใภ้เสียอีก ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายไม่สะดวกจะเข้าห้องครัว ข้าคิดว่าพี่สี่คงอยากมานอนในห้องครัวแล้วล่ะ…”
“จริงรึ? พี่สี่ร้ายกาจขนาดนั้นเชียว?” จูกู่กับจูหมี่ไม่คิดว่าผู้ชายเข้าครัวจะมีปัญหาตรงไหน เพราะที่บ้านพวกเขาไม่มีลูกสาว