กล่าวไม่ได้ว่า “การที่นายเลือกไม่เรียนต่อปริญญาโทน่ะถูกต้องแล้ว ตอนนี้งานหายาก คนที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทออกมายังหางานไม่ได้เลย เพื่อนพวกเรายังกลุ้มใจเรื่องนี้กันอยู่เลย”
เฉินชางหัวเราะกระอักกระอ่วน “ฉันก็กำลังเรียนปริญญาโทอยู่ไม่ใช่หรือไง ตอนนี้พวกเธอเป็นรุ่นพี่ฉันแล้ว”
เกิ่งเหยียนอดหัวเราะไม่ได้ “ดูแล้วการทำงานแผนกฉุกเฉินมาสามปีทำอะไรนายไม่ได้จริงๆ นายถึงยังเป็นคนขี้เล่นได้ขนาดนี้”
เฉินชางหัวเราะ ไม่พูดอะไร
หยางจยาฮุ่ยจูงเฉินหลัวกับเฉินต้าไห่ไปดูแบบบ้านด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ คุยกับพนักงานขายอย่างซื่อๆ ตรงไปตรงมา พนักงายขายดูออกว่าหยางจยาฮุ่ยมาจากชนบท ถึงจะมาจากชนบท แต่มือก็มีแผ่นพับแบบบ้านหลายแบบถืออยู่ในมือ
หยางจยาฮุ่ย เฉินหลัว และเฉินต้าไห่ ไม่มีใครสนใจเฉินชางเลยสักนิด
เฉินชางถามขึ้นว่า “อ้อ จริงด้วย นี่เธอมาคนเดียวหรือ”
เกิ่งเหยียนส่ายหน้า “ฉันมากับจิ่งหร่าน อ้อ! จริงด้วย จิ่งหร่านเป็นสามีฉัน เรากำลังจะแต่งงานกัน ถึงวันนั้นนายอย่าลืมมาร่วมงานนะ”
เฉินชางอดหัวเราะไม่ได้ “โต๊ะสำหรับแฟนเก่าหนึ่งโต๊ะ?”
เกิ่งเหยียนแทบจะหัวเราะพรวดออกมา เธอด่าด้วยเสียงหัวเราะ “ไสหัวไปเลย งั้นทั้งโต๊ะก็มีนายนั่งคนเดียว!”
เฉินชางหัวเราะลั่น
ทั้งสองความสัมพันธ์ดีมากจริงๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ความรักของทั้งสองไม่ใช่รักแรกพบ เฉินชางเป็นหัวหน้าห้อง เกิ่งเหยียนเป็นสมาชิกในห้องเรียน ทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีต่อก