ันมาก ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาขึ้นในภายหลัง
และด้วยอุปนิสัยที่เข้ากันได้ ทั้งสองก็เลยขยับสถานะมาเป็นคนรัก
แต่เกิ่งเหยียนเป็นผู้หญิงที่มีอุดมการณ์กว้างไกล สุดท้ายต่างก็เลิกรากันไป
เฉินชางหัวเราะ “ฉันคิดว่าเธอจะเรียนถึงปริญญาเอกเสียอีก เรียนจบปริญญาโทก็จะแต่งงานแล้วหรือเนี่ย นี่ไม่ตรงตามที่เธอกล่าวปฏิญาณไว้ในตอนนั้นนะ!”
เกิ่งเหยียนยิ้มเยาะ “ตอนนั้นนายบอกเป็นตายยังไงก็ไม่เรียนต่อปริญญาโท แต่ตอนนี้นายเรียนปริญญาโทอยู่?”
หลังจากพูดจบ เกิ่งเหยียนก็ถอนหายใจออกมา “สมัยนั้นยังไร้เดียงสาเกินไป! ชีวิตเป็นไปตามแผนที่วางไว้ที่ไหนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เราบอกว่าเราเลือกทางเดินชีวิตของเราเองก็ไม่สู้บอกว่า ชีวิตต่างหากที่เลือกทางเดินชีวิตให้เรา…
อันที่จริงทางเลือกที่นายเลือกก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว มันเหมือนกับฉันเรียนจบปริญญาโทแล้วเลือกที่จะแต่งงานกับทำงาน ทางเลือกนี้ก็ไม่ได้เป็นทางเลือกที่ผิดอะไร ทุกคนมีสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และชีวิตคนเราไม่เคยเดินไปตามบทที่เขียนไว้ จินตนาการกับความเป็นจริงมีช่องว่างระหว่างกัน…
คนเราควรเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของตนเอง!”
เฉินชางหัวเราะ ไม่ได้พูดอะไร เกิ่งเหยียนเข้าใจสิ่งนี้ เมื่อเทียบกับแต่ก่อน ความเผด็จการของเธอเปลี่ยนแปลงเป็นลดน้อยลงไปมาก
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ หลังจากที่เกิ่งเหยียนลังเลอยู่พักหนึ่ง เธอมองเฉินชางและกล่าวอย่างจริงจังว่า