ผ่านฤดูใบไม่ผลิไปแล้ว พวกเราก็ขายข้าวโพดของปีนี้ ช่วงครึ่งปีหลังนี้ยังมีเวลาเตรียม ปีหน้าเราก็มีเงินสำหรับค่าเรียนค่ากินอยู่ของหลัวเอ๋อร์แล้ว ใช้ชีวิตไปข้างหน้า ฟันฝ่าอุปสรรคไปทีละอย่าง”
ถึงหยางจยาฮุ่ยจะปากเก่งแค่ไหน แต่สุดท้ายก็เชื่อฟังเฉินต้าไห่อยู่ดี
เฉินต้าไห่กับภรรยายืนรออยู่ไม่นานมากนัก เฉินชางกับเฉินหลัวก็เห็นพวกเขาแล้ว ทั้งสองเดินเข้ามาต้อนรับพ่อแม่ด้วยรอยยิ้ม
เมื่อหยางจยาฮุ่ยเห็นเฉินชางกับเฉินหลัวเดินเคียงข้างกันมาแต่ไกล ลูกชายทั้งสองเติบโตกันทั้งคู่แล้ว ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเธอเบ่งบาน ก็นี่คือสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ปรารถนาไม่หรือ!
เฉินชางเดินเข้าไปหาพ่อแม่ของเขา มองดูพ่อแม่ที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
เฉินต้าไห่รูปร่างสูงใหญ่ ทำงานอยู่หน้าเตามายาวนานหลายปี ผิวพรรณจึงค่อนข้างดำคล้ำ เฉินต้าไห่สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น เผยให้แขนที่กำยำล่ำสันมาก แน่นอนว่าไม่ได้เป็นมัดกล้ามที่งดงามเหมือนกับนักเล่นกล้าม แต่ในภาพความทรงจำของเฉินชาง แขนของพ่อทรงพลังมากมาโดยตลอด
สองพี่น้องครอบครัวเฉินต่างก็มีโครงสร้างของร่างกายที่เหมือนเฉินต้าไห่ รูปร่างสูงใหญ่ เฉินหลัวดูกำยำกว่าเฉินชาง แต่รูปร่างเฉินชางก็จัดว่าใช้ได้ ใช้ชีวิตอยู่แผนกฉุกเฉินมายาวนานหลายปี ถือเป็นการฝึกฝนร่างกายและจิตใจไปในตัว
ส่วนหยางจยาฮุ่ยแม่ของเฉินชางเป็นหญิงชนบท หนักเอาเบาสู้ ประหยัดอดออม จัดการดูแลครอบครัว ทำให้ครอบครัวเป็นครอบคร