ได้กินเช่นนี้ทั้งที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาล ทั้งยังมีลูกชิ้นรสเนื้อ เท่านี้ก็เหมือนกับฝันไปแล้ว
เย่อวี๋หรานเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็พอจะเข้าใจ จึงเดินเข้ามาลูบไหล่อีกฝ่าย “เอาล่ะ คนอื่นไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องร้อนใจ เรื่องเหล่าเฉียนเป็นอย่างไรกันแน่ พวกข้าจะต้องตรวจสอบจนกระจ่างแน่นอน ถึงตอนนั้น ต่อให้เจ้าไม่อาจกลับเข้าสกุลเฉียนอีกแล้ว เจ้าก็ต้องทำให้เหล่าเฉียนออกจากเรือนไปตัวเปล่า ไม่ใช่เจ้า”
จูเอ้อร์เม่ยมีสีหน้าตะลึงพรึงเพริด : ทำแบบนี้ได้ด้วยรึ?!
คนอื่น ๆ ในสกุลจู : …เป็นเรื่องที่สะใภ้ใหญ่ / พี่สะใภ้ทำออกมาได้จริง ๆ!
จูเหล่าโถวตัวสั่นสะท้าน : ดีที่ตอนนั้นเมียเฒ่าไม่ได้ทำแบบนั้น มิฉะนั้นคนที่มีชื่อเสียงสะท้านเชิงเขาไท่ตังคงเป็นข้าแล้ว!
สำหรับเหล่าเฉียน เขาคงได้แต่พูดว่า น้องชาย ผู้ใดให้เจ้าสร้างเรื่องวุ่นวายมาให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้าได้แต่ยอมรับว่าตัวเองโชคร้ายเองแล้ว
……
ราตรียังไม่มืดสนิท
ขณะกำลังเร่งรุดกลับหมู่บ้านสกุลจู จูกู่พลันเร่งจูหมี่ให้เดินเร็วกว่าเดิม
จูหมี่ประท้วงว่า “ท่านพี่ ข้าเร็วแล้ว!”
“ไอ้หยา เจ้าเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้เรอะ พวกเราใกล้จะถึงแล้วนะ” จูกู่พูด “จัดการธุระที่หมู่บ้านสกุลจูเสร็จแล้ว คืนนี้พวกเรายังต้องกลับตำบลอันจิ่ว ทำไม เจ้าอยากเดินทางกลางดึกกลางดื่นงั้นรึ?”
“ฟ้ามืดแล้วนะ” จูหมี่มีสีหน้าร้องทุกข์
“ก็…ยังดีกว่ากลางดึกล่ะน่า”
จูหมี่ไม่กล้าพูดอีก ได้แต่เด