่องต่างๆ ในหลายแง่มุมมาพูดได้อย่างน้ำไหลไฟดับแต่ไม่มีแก่นสารอะไรเลย แถมยกระดับคำพูดต่างๆ เหล่านั้นให้สูงขึ้นได้ นับว่าเป็นคนที่เก่งมาก แล้วถ้าคนคนนั้นไม่ได้เป็นคนใหญ่คนโต จะมีใครฟังที่เขาพูดนานขนาดนี้หรือเปล่า
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การที่เขาช่วยกัวจื้อหย่งได้ นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างความเลื่อมใสให้ผู้คนอย่างมาก
ความจริงแล้วไม่ว่าคนใหญ่คนโตท่านนั้นจะเป็นคนอย่างไร ขอแค่ทำเรื่องดีๆ ให้กับประชาชนได้ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อเด็กๆ ทั้งสามคนเห็นกัวจื้อหย่งออกมาจากห้องผ่าตัดแล่ว เด็กๆ ต่างก็วิ่งเข้ามาหาเขา “อาจารย์กัว อาจารย์กัวไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ/คะ ยังเจ็บมือยู่หรือเปล่าครับ/คะ”
“ระวังนะครับ อย่าโดนมืออาจารย์กัว”
“อาจารย์กัว อาจารย์ไม่สบายแล้วให้พวกเราดูแลอาจารย์ดีมั้ยคะ”
เมื่อได้ยินคำพูดเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ทั้งสามคนที่ฟังเหมือนผู้ใหญ่ในร่างเด็ก เฉินชางก็รู้สึกปลื้มใจ
เขาเชื่อว่าอาการเจ็บมือของกัวจื้อหย่งจะต้องทุเลาไปมากแน่เมื่อได้ฟังคำพูดของเด็กๆ ทั้งสาม
เด็กทั้งสามคนยืนข้างผู้ปกครองของตนเอง ทุกคนต่างโค้งคำนับให้กับกัวจื้อหย่งอย่างพร้อมเพรียงกันหนึ่งที “อาจารย์กัว บุญคุณของอาจารย์ในครั้งนี้ไม่อาจลืมเลือน ครั้งพวกเราซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้งจริงๆ!”
ใบหน้าของกัวจื้อหย่งแดงระเรื่อเล็กน้อย ในตอนนั้นเขาไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง กระโจนเข้าไปช่วยเด็กด้วยสัญชาตญาณแท้ๆ
เมื่อเห็นการแสดงออกเช่นนี้ของทุก