ะชาชนแห่งมณฑลของเราครับ” หลี่ฮุยดึงตัวถานจงหลินมาแนะนำ “แล้วก็เป็นหนึ่งทีมแพทย์ที่รักษาสิงอวี่เมื่อไม่นานมานี้ครับ!”
เมื่อรองอธิบดีเหอได้ยินเช่นนั้น ก็หันมามองถานจงหลิน กล่าวจริงจังว่า “สวัสดีครับหัวหน้าถาน”
ถึงแม้ว่าถานจงหลินจะสงสัยมากว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ข่มความสงสัยเอาไว้ก่อนแล้วกล่าวว่า “สวัสดีครับหัวหน้า!”
ชายวัยกลางคนจับมือทักทายถานจงหลิน สายตาที่จ้องมองใบหน้าของถานจงหลินเต็มเปี่ยมด้วยความคาดหวัง เขากล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม “หัวหน้าถานครับ ครั้งนี้ลำบากคุณด้วยนะครับ คุณต้องช่วยวีรบุรุษของประชาชนด้วยนะครับ”
ถานจงหลินสีหน้างุนงง “เอ่อ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
หัวหน้าวัยกลางคนกล่าวว่า “วันนี้ช่วงบ่ายตอนเลิกเรียน เด็กพวกนี้เพิ่งเปิดเทอม ระหว่างข้ามทางม้าลาย จู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งเสียการควบคุม ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ทันใดนั้น กัวจื้อหย่ง อาจารย์ของเด็กประถมก็กระโจนเข้าไปอุ้มเด็กพวกนั้นไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย เขาช่วยชีวิตเด็กๆ เอาไว้ได้ในช่วงเวลาคับขัน!…
…แต่มือข้างขวากระแทกกับราวกั้นอย่างจังทำมือบาดเจ็บสาหัส!…
…เขาเป็นวีรบุรุษของประชาชนเมืองอันหยางของเรา ดังนั้นสำนักงานของเราก็เลยให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มาก เลยขอให้พวกเราทุ่มเทสุดกำลังในการรักษามือของวีรบุรุษของประชาชนท่านนี้!”
ในเวลานี้เด็กๆ อายุห้าหกขวบก็กล่าวขอร้องเป็นเสียงเดียวกันด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ “คุณปู